สถานีอวกาศนานาชาติ ติดตั้งระบบนำน้ำกลับมาใช้ใหม่

0
vote

ระบบหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Water Recovery System) ถือเป็นหนึ่งในสองขององค์ประกอบที่สำคัญ ในการสนับสนุนการดำรงชีวิตของนักบินอวกาศบนสถานี ซึ่งตามกำหนดการ ระบบหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ จะถูกขนส่งโดยกระสวยอวกาศเอนเดเวอร์ ในปลายปีนี้ หลังจากได้ติดตั้งระบบสร้างออกซิเจนเมื่อปลายปีที่แล้ว

การติดตั้งระบบดังกล่าว สามารถช่วยลดภาระการขนส่ง น้ำและออกซิเจน จากโลกไปยังสถานี ได้ถึง 6,800 กิโลกรัมต่อปี โดยระบบดังกล่าว ใช้กระบวนการกรองและกระบวนการทางเคมีเป็นหลัก ซึ่งสามารถผลิตน้ำที่ปลอดภัยเพียงพอสำหรับการบริโภค

ที่มา - Physorg

กีกคณิตศาสตร์ ส่งผลให้คนเลือกเรียนคณิตศาสตร์น้อยลง

3
vote

ถ้าหากลองให้คนทั่วไป จินตนาการถึงภาพนักคณิตศาสตร์อัจฉริยะ หลายคนคงจะนึกถึงภาพชายวัยกลางคน ผมขาวโพลนทั้งศีรษะ ในมือชอล์คเขียนสมการที่คนธรรมดาดูแล้วไม่มีวันเข้าใจ พูดจาติดๆ ขัดๆ สื่อสารกัีบคนไม่ค่อยรู้เรื่อง

ภาพลักษณ์ดังกล่าวของนักคณิตศาสตร์ ส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาในสาขานี้อย่างสำคัญ

ดร. Heather Mendick หัวหน้าทีมวิจัย ได้ทำการสำรวจ จากประชาชนในอังกฤษและเวลส์ พบว่า ความนิยมในการเลือกเรียนทางด้านคณิตศาสตร์ ได้ลดลงอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่าทศวรรษแล้ว สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว ก็เนื่องมาจาก การมองนักคณิตศาสตร์ในภาพลบจาคนส่วนใหญ่ โดยนักวิจัยได้แนะนำว่า หนทางเดียวที่จะทำให้มีคนเลือกเรียนสาขาีนี้มากขึ้น ก็คือ การประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ในแง่บวกของนักคณิตศาสตร์ ให้คนทั่วไปได้รับรู้มากขึ้น

ที่มา - EurekAlert

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เก่าอย่าทิ้ง สามารถมาเติมเ้ป็นน้ำมันได้

3
vote

นักวิจัยจากโรมาเีนียและตุรกี ได้ทำการพัฒนากระบวนการที่ง่าย แต่ทรงประสิทธภาพ ในการนำแผงวงจรของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ มาแปรสภาพให้เป็นเชื้อเพลิง, พลาสติก และผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการใช้งาน

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่ไม่สามารถใช้งานได้ นับเป็นปัญหาใหญ่ สำหรับกวงการสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน เนื่องจากแแผงวงจร ประกอบไปด้วยสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น โลหะหนัก

ในงานวิจัยของ Cronelia Vasile ได้นำแผงวงจรจากคอมพิวเตอร์ที่ไม่ใช้แล้ว มาผ่านความร้อนสูง และใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา และใช้กระบวนการทางเคมี ซึ่งจากกระบวนการดังกล่าว ทำให้สามารถ นำสารพิษออกจากอุปกรณ์เหล่านั้นได้เกือบหมด และผลลัพธ์ที่ได้อีกอย่างก็คือ น้ำมัน ซึ่งมีความปลอดภัยพอที่จะนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิง หรือนำไปเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่น เช่น พลาสติก

ที่มา - ScienceDaily

การเข้ารหัสควอนตัม สามารถถูกถอดได้

4
vote

การเข้ารหัสเชิงควอนตัม (Quantum Cryptography) ได้รับการเชื่อมั่นว่า เป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุด ในการปกป้องข้อมูลจากผู้ที่ไม่หวังดี แต่ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Linköping ประเทศสวีเดน ได้พบช่องโหว่ของทฤษฏีดังกล่าว ซึ่งนำมาสู่ความเสี่ยง ในการขโมยข้อมูลที่สำคัญๆ อย่างเช่น ธุรกรรมทางการเงิน

ในการส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ จะมีการเข้ารหัสของข้อมูลที่ส่ง ด้วยกุญแจสาธารณะ โดยผ่านช่องทางการสื่อสารที่ปลอดภัย ซึ่งในระหว่างการส่งข้อมูลผ่านตัวกลาง ก็มีโอกาสที่กุญแจดังกล่าว อาจถูกทำซ้ำโดยการดักข้อมูลที่ตัวกลางระหว่างทาง วิธีการที่ดีที่สุดที่ทำให้กุญแจนั้นปลอดภัย ก็คือการเพิ่มจำนวนบิตของการเข้ารหัสให้มากขึ้น เพื่อที่ให้การถอดรหัสสามาถทำได้ยากขึ้น

เทคโนโลยีเข้ารหัสเชิงควอนตัม เป็นที่คาดคะเนว่า สามารถทำให้เกิดความปลอดภัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในปัจจุบันมีเพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้น ที่ใช้เทคนิคดังกล่าวในการส่งข้อมูล เนื่องจากต้องอาศัยฮาร์ดแวร์เฉพาะ เช่น ลำแสงเลเซอร์ที่สามารถยิงอนุภาคโฟตอน ผ่านทางใยแก้วนำแสง

เหตุผลที่ทำให้การเข้ารหัสเชิงควอนตัม ได้รับการเชื่อมั่นว่ามีความปลอดภัยสูง ก็เนื่องมาจาก คุณสมบัติทางกลศาสตร์ควอนตัม ที่ว่าอนุภาค ไม่สามารถทำการวัดหรือปรับเปลี่ยน โดยไม่ก่อให้เกิดการรบกวน ซึ่งจากคุณสมบัติดังกล่าว หากมีใคร ที่จะพยายามคัดลอกข้อมูลที่เข้ารหัสเชิงควอนตัม ก็จะก่อให้เกิดสัญญาณรบกวนอย่างมหาศาล ซึ่งทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้งานได้เลย

Jan-Åke Larsson นักวิจัยจากภาควิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัย Linköping ได้ทำการพิสูจน์ว่า การเข้ารหัสเชิงควอนตัมไม่ได้ปลอดภัย 100% โดยมีความเป็นไปได้ทางทฤษฏี ที่ผู้ไม่ได้รับอนุญาติ สามารถดักจับข้อมูลได้ โดยที่ไม่ถูกตรวจพบ ถ้าหากเขาสามารถ จัดการระหว่าง กลศาสตร์ควอนตัม และ การติดต่อสื่อสารผ่านช่องทางปกติ โดยใช้การเข้ารหัสเชิงควอนตัม

ที่มา - ScienceDaily

เล่นเกมคอมพิวเตอร์เก่งๆ มีสิทธิได้รางวัลโนเบล

10
vote

ข่าวดีสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่มีลูกหลานเเหลนโหลน ชอบเล่นเกม หากลูกหลานของท่าน เป็นเซียนเกมชั้นอ๋อง รางวัลโนเบลสาขาการแพทย์อาจจะตกอยู่กับลูกหลานของท่านโดยไม่รู้ตัว

สำหรับผู้ที่เล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ คงจะเคยใช้เวลาข้ามวันข้ามคืน ในการเล่นเกมที่โปรดปรานให้จบหมดทุกด่าน จบแบบธรรมดาไม่พอ ต้องจบแบบเก็บได้ครบทุกไอเท็ม อีกต่างหาก นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน (Washington University) เล็งเห็นประโยชน์ของเหล่าบรรดาเกมเมอร์เหล่านี้ ก็เลยพัฒนาเกมที่มีส่วนช่วยในการวิจัยขึ้นมา เกมส์ดัีงกล่าวมีชื่อว่า Foldit

ก่อนที่เล่นเกมนี้แล้วได้รางวัลโนเบล ก็ต้องอธิบายหลักการในเบื้องต้นก่อน เนื่องจากในร่างกายของมนุษย์เรา ประกอบไปด้วยโปรตีน และโปรตีน ก็สามารถมีูรูปแบบต่างๆ ได้มากกว่า 100,000 รูปแบบ รวมถึงมีความไวต่อปฏิกิริยาเคมีที่ไม่เหมือนกัน เรารู้รหัสพันธุกรรมบางส่วนของโปรตีน แต่เราไม่รู้ว่ามันจะโค้งงอเปลี่ยนรูปร่างซับซ้อนได้อย่างไร ซึ่งรูปร่างของโปรตีน ถือเป็นส่วนสำคัญมากในทางชีววิทยา

ถ้าหากมีคนนึกออก เคยมีโครงการอย่าง Rosetta@Home ซึ่งอาศัยคอมพิวเตอร์ของอาสาสมัครในการประมวลผล แต่ด้วยยอดสมาชิกในปัจจุบัน ที่มีประมาณ 200,000 คน ก็ยังไม่พอกับความต้องการดังกล่าว

เกม Foldit กับ โปรแกรม Rosetta ก็อาศัยรากฐานเดียวกัน แต่ในขณะที่ Rosetta@Home อาศัยเวลาว่างจากการประมวลผลมาช่วยในการคำนวณ แต่ Foldit อาศัยพลังสมองจากคนที่ว่างพอจะมาเล่นเกม ซึ่งเกมดังกล่าวไม่ต้องการอะไรมาก นอกจากความสามารถในการแก้ปัญหารูปร่าง 3 มิติเท่านั้น

ปัจจุบันนี้ มีผู้ที่เล่นเกมส์นี้้แล้วกว่า 1,000 คน และในอนาคต อาจมีการจัดแข่งขันระหว่างเกมเมอร์ กับ กลุ่มนักวิจัยที่ทำเรื่องโปรตีน โดยวางแผนไว้ว่า จะมีการจัด 2 ปี ครั้ง

สำหรับผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุด ก็จะมีการใส่ชื่อลงไปในผลงานที่ตีพิมพ์ทางด้านวิทยาศาสตร์ และสำหรับผู้ที่ชนะในการออกแบบโปรตีน ทางทีมวิจัยก็อาจนำการออกแบบนั้น มาสร้างเป็นโปรตีนที่ใช้งานได้จริง ซึ่งถ้าหากสามารถนำไปแก้ปัญหาโรคระบาดที่ร้ายแรงในปัจจุบัน (เอดส์,มาลาเรีย) เหล่าเกมเมอร์ก็อาจมีสิทธิคว้ารางวัลโนเบลอีกด้วย

ดีจัง จะได้มีข้ออ้างในการเล่นเกม

ข้อมูลเพิ่มเติม

Foldit เว็บไซท์ของเกม (ขณะที่เขียนข่าวยังไม่สามารถเข้าได้)

Rosetta@Home

ที่มา - EurekAlert

ราคาน้ำมันที่พุ่งสูง มีส่วนช่วยให้มลภาวะลดลง

11
vote

ในภาวะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงอยู่ในปัจจุบัน อาจจะมีข้อดีที่แอบแฝงอยู่ในตัวของมันเอง เมื่อนักวิจัยจากสหรัฐพบว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้มลภาวะที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกลดปริมาณลง

Chris Knittel นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ได้ทำการศึกษาข้อมูล ราคาน้ำมันย้อนหลังไปหลายสิบปี และพบความสัมพันธ์ของราคาน้ำมัน กับพฤติกรรมของผู้ใช้รถ พบว่าการซื้อรถที่กินน้ำมันอย่างพวก SUV หรือ รถกระบะ จะลดลง 13% ทุกๆ 1 เหรียญของราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และในทิศทางเดียวกัน ก็ทำให้ปริมาณการซื้อรถที่มีประสิทธิภาพในการใ้ช้น้ำมันเพิ่มสูงขึ้น 17% เช่นเดียวกัน

ข้อมูลของ Knittels ที่นำเสนอ ได้รับการยอมรับจากนักเศรษฐศาสตร์เป็นจำนวนมาก โดยมีนักเศรษฐศาสตร์อีกคน Kenneth Small ได้นำเสนอข้อมูลที่สอดคล้องกันว่า ทุก 1 เหรียญของราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ขับขี่ลดจำนวนน้ำมันที่ต้องใช้ลงถึง 14% ซึ่งหมายความว่า ปริมาณการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ก็มีแนวโน้มที่จะลดลงด้วยเช่นกัน ซึ่งปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลง คิดเป็นปริมาณถึง 2% ของปริมาณแก๊สทั้งหมด ที่สหรัฐปล่อยออกมาในปี 2006

ที่มา EurekAlert

พลังงานจากกรดฟอร์มิก

10
vote

นักวิจัยจากเยอรมัน ประสบความสำเร็จ ในการคิดค้นกระบวนการสร้างไฮโดรเจนจากกรดฟอร์มิก (Formic acid) ที่อุณหภูมิห้อง

กรดฟอร์มิก เป็นกรดอินทรีย์ที่มีโครงสร้างโมเลกุลไม่ซับซ้อนมากนัก ตามมธรรมชาติสามารถพบได้จากสัตว์จำพวก มดและผึ้ง มีสูตรโมเลกุลคือ CH2O2 การเปลี่ยนกรดฟอร์มิกให้กลายมาเป็นพลังงาน ของนักวิจัยดังกล่าว ทำได้โดยการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาที่เหมาะสม ก็จะได้เป็นไฮโดรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ และการใช้ตัวดูดซับคาร์บอน ก็เพียงพอที่จะทำให้เราได้ไฮโดรเจนบริศุทธิ์ออกมา ซึ่งการใช้กรดฟอร์มิกมีข้อดีหลายอย่าง ก็คือ สามารถจัดเก้บได้ง่าย, ไม่เป็นพิษ, และสามารถสังเคราะห์ขึ้นมาได้ง่าย

ที่มา - EurekAlert

หนองน้ำมีส่วนช่วยโลกร้อนมากกว่าที่เราคิด

10
vote

ผู้เชี่ยวชาญด้านทะเลสาบ (Limnologist) จากมหาวิทยาลัยไอโอว่า (Iowa State University) ได้นำเสนองานวิจัยทีว่า หนองน้ำ, บ่อน้ำ ที่มีกระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก มีส่วนช่วยในการดูดซับคาร์บอน พอๆ กับมหาสมุทรขนาดใหญ่

ศาสตราจารย์ John Downing หัวหน้าทีมวิจัย ได้ค้นพบว่า การสร้างบ่อน้ำในบริเวณพื้นที่เกษตรกรรม ในสหรัฐอเมริกา มีส่วนช่วยในการดูดซับคาร์บอนมากกว่าที่คิดกันเอาไว้ โดยสามารถดูดซับได้มากกว่าต้นไม้ ตั้งแต่ 20 ถึง 50 เท่า

นักวิจัยประมาณว่า มีหนองน้ำกว่า 304 ล้านแห่งทั่วโลก โดยครอบคลุมพื้นที่กว่า 4 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งมากเป็นสองเท่าจากที่เคยคิดกันไว้ ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าว ทำให้สามารถประมาณได้ว่า อัตราการดูดซับคาร์บอนของพื้นที่ดังกล่าว มีความสามารถ พอๆ กับมหาสมุทรขนาดใหญ่ เลยทีเดียว

ที่มา - EurekAlert

คณิตศาสตร์ช่วยสังเกตการนอนหลับ

13
vote

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ (University of Queensland) ได้พัฒนาวิธีการวัด รูปแบบของการหายใจของเด็กทารกขึ้นมาใหม่ และสามารถนำไปใช้กับผู้ใหญ่ไ้ด้ด้วย

นักศึกษาระดับปริญญาเอก Philip Terrill ได้สร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ซึ่งอยู่บนพื้นฐาน ของทฤษฏีความยุ่งเหยิง (Chaos Theory) โดยข้อมูลที่จะนำมาใ้ช้ในการคำนวน จะได้มาจกอุปกรณ์การวัด ซึ่งติดตั้งอยู่รอบหน้าอกของเด็กทารกที่ทำการวัด

วิธีการสังเกตการนอนหลับในปัจจุบัน จะต้องให้เด็กอยู่ในห้องที่กำหนด โดยมีอุปกร์พิเศษ, มีพยาบาล, หมอ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ ในการสังเกต

การพัฒนาแบบจำลองดังกล่าว สามารถช่วยให้มีการพัฒนา ระบบสังเกตการนอนหลับแบบอัตโนมัติ ซึ่งน่าจะมีราคาถูกและสะดวกกว่าิวิธีการที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ที่มา - EurekAlet

เมืองไร้ก๊าซคาร์บอนกลางทะเลทราย

14
vote

โครงการ Masdar initiative ของสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซส MIT ประเทศสหรัฐอเมริกา กับบริษัท Abu Dhabi Future Energy จากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต UAE ได้ร่วมกันลงทุนเพื่อสร้างเมืองที่ปราศจากการผลิตคาร์บอน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่ง ของปรากฏการณ์เรือนกระจก โดยใช้งบประมาณกว่า 22,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีพื้นที่เมืองรวม 7 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ชานกรุงอาบู ดาบี เมืองหลวงของ UAE ประกอบไปด้วยที่อยู่อาศัย ร้านค้าและโรงงานขนาดเล็ก ซึ่งสามารถรองรับประชากรได้ประมาณ 50,000 คน

แหล่งพลังงานหลักของเมือง มาจาก พลังงานแสงอาทิตย์ ถึง 82% เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า จากแสงและความร้อน แหล่งพลังงานอีก 17% มาจากการเผาขยะโดยใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนน้อยกว่าแบบเดิมถึง 10 เท่า อีก 1% มาจากพลังงานลม

นอกจากการใช้พลังงานทางเลือกแล้ว เมืองยังได้รับการวางผังเมืองของถนนไปในแนวทิศตะวันตกเฉียงใต้ และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อการระบายความร้อนและการได้รับแสงสว่างของอาคารต่างๆ โดยใช้พลังงานน้อยที่สุด ทั้งนี้ยังมีการจัดการเรื่องการขนส่งของเมือง โดยได้ห้ามพาหนะที่ใช้น้ำมันเข้ามาในเมือง แต่ให้ใช้รถรางไฟฟ้าเพื่อเชื่อมต่อกับพื้นที่อื่นๆของกรุงอาบู ดาบี และภายในเมือง มีการใช้รถครอบครัวขนาดเล็กที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์แทน

การสร้างเมืองนี้ขึ้นมานั้น ยังมีส่วนช่วยในการพัฒนางานวิจัยด้านพลังงานทดแทน โดยเป็นการนำเทคโนโลยีที่ได้พัฒนาขึ้นมาใช้งานจริง เพื่อลดการใช้พลังงานจากน้ำมัน

ที่มา - NewScientist.COM

Syndicate content
pageTracker._trackPageview();