History

อิสราเอลเตรียมปล่อยภาพถ่าย Dead Sea Scrolls ทางอินเทอร์เน็ต

52
vote

หนึ่งในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในยุคนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มศริสตชนแล้วคงหนีไม่พ้น Dead Sea Scrolls ม้วนหนังสือโบราณที่ค้นพบโดยบังเอิญในถ้ำแถบเวสต์แบงค์ เอกสารโบราณรวมถึงคัมภีร์ของศาสนายิวจำนวนมากที่ค้นพบนี้ มีสภาพที่สมบูรณ์กว่าที่เคยค้นพบในที่อื่นๆ หลายฉบับถูกนับเป็นเอกสารสำเนาที่เก่าแก่ที่สุดนับแต่มีการศึกษากันมา

ล่าสุดทาง Israeli Antiquities Authority เตรียมการถ่ายภาพเอกสารทั้งหมดและนำขึ้นเผยแพร่สู่สาธารณชนทางอินเทอร์เน็ตแล้ว โดยก่อนหน้านี้จะมีเพียงนักวิชาการกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงเอกสารเหล่านี้โดยตรง เนื่องจากตัวเอกสารมีความบอบบางมากจนแตกหักเสียหายได้อย่างง่ายดาย

การถ่ายภาพในครั้งนี้จะใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายจากทางนาซ่า เพื่อเก็บรายละเอียดที่เสียไปตามกาลเวลาให้กลับคืนมาให้มากที่สุด

ที่มา - Google News (AP)

โครงการ Long Now สร้างแผ่นบันทึกเอกสารเพื่ออนาคตอีกสองพันปี

52
vote

แผ่น CD-R ที่บ้านเราอาจจะใช้ได้ไม่เกินสัปดาห์ จนเรากังวลว่าอนาคตเมื่ออารยธรรมของเราสูญสลายไป จะมีใครบ้างที่เข้าใจความเป็นไปของคนยุคนี้

โครงการ Long Now เป็นโครงการที่ตั้งขึ้นมาเพื่อตอบคำถามนี้โดยเฉพาะเพื่อรักษาข้อมูลไว้ให้คนในอีกหมื่นปีข้างหน้าได้รับรู้ว่าโลกในศตวรรษที่ 20 นั้นมีความเป็นอยู่กันอย่างไร และผลพวงจากโครงการนี้ชิ้นล่าสุดคือ Rosetta Disk ที่ใช้เก็บข้อมูลด้านภาษาเพื่อคนในยุคหน้าโดยเฉพาะ

ตัวแผ่น Rosetta Disk นั้นด้านหนึ่งเป็นตัวอักษรขนาดใหญ่ที่เล็กลงเรื่อยๆ เป็นก้นหอย เพื่อชี้นำให้ผู้ที่พบเจอมันในอนาคตได้สังเกตว่าต้องขยายลวดลายบนตัวมันถึงจะอ่านได้ โดยตัวเอกสารแต่ละหน้านั้นจะมีความกว้างประมาณครึ่งมิลลิเมตร และต้องใช้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายห้าร้อยเท่าจึงสามารถอ่านออกได้

เอกสารทั้งหมดมีรวมแล้ว 15,000 หน้ากระดาษ โดยครึ่งบนจะเป็นเอกสารทางภาษาศาสตร์อธิบายถึงการใช้งานของภาษาต่างๆ ไว้กว่า 2,500 ภาษาทั่วโลก อีกด้านเป็นเอกสารด้านภาษาและเอกสารอื่นๆ เช่นพระคัมภีร์ไบเบิลในส่วนของปฐมกาล และเอกสารคำประกาศสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ

เอกสารทั้งหมดต้องการเพียงกล้องจุลทรรศน์โดยไม่ต้องการตีความเอกสารในรูปแบบอื่นๆ ทำให้ไม่ต้องกังวลกับฟอร์แมตเอกสารที่เปลี่ยนไปในอนาคต

Rosetta Disk นั้นตั้งชื่อเลียนแบบมาจาก Rosetta Stone ก้อนหินที่บันทึกกฎหมายของอียิปต์ไว้สามภาษาในแผ่นเดียว ทำให้โลกปัจจุบันเข้าใจภาษาโบราณได้ดีขึ้นเป็นอย่างมาก

ที่มา - Rosetta Disk

นักดาราศาสตร์ช่วยไขประวัติศาสตร์ของมหากาพย์โอดิสซีย์

67
vote

เหตุการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง ที่ปรากฏอยู่ในมหากพย์ชื่อดังของกรีก โอดิสซีย์ ช่วยใหันักดาราศาสตร์ในปัจจุบัน สามารถระบุถึงช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ ในการล่มสลายของกรุงทอย รายงานในเอกสารรวมเล่มของ National Academy of Sciences

นักประวัติศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญวัฒนธรรมกรีก ได้ถกเถียงกันมาเป็นเวลานานนับศตวรรษ ถึงเหตุการณ์สุริยุปราคาที่เกิดขึ้นในในโอดิสซีย์ ว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เนื่องจากไม่สามารถหาหลักฐานอ้างอิงทางประวัติศาสตร์อื่นๆ มาอ้างอิงยืนยันได้

แต่จากการศึกษาของนักดาราศาสตร์สองคน Marcelo Magnasco จากมหาวิทยาลัย Rockefeller และ Constantino Baikouzis จาก Observatorio Astronomico อาร์เจนตินา ได้อาศัยเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์ 4 เหตุการณ์ ที่ถูกมองข้ามในมหากาพย์เรื่องนี้ ซึ่งสามารถทำให้ความขัดแย้งเรื่องเวลาหมดสิ้นไป

หลังจากที่โอดิซุสเสร็จสิ้นสงครามจากเมืองทรอย และพยายามไปฆ่ากลุ่มคนพาล ซึ่งพยายามฟ้องร้องขอแต่งงานกับพีเนโลป ภรรยาของเขา ในระหว่างการกลับบ้านก็ได้เกิดเหตุการณ์ดต่างๆ คือ

  • จันทร์เต็มดวงก่อนวันที่โอดิซุสเดินทางกลับ ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการเกิดสุริยุปราคา
  • 6 วันก่อนการสังหารหมู่ ดาวศุกร์ส่องสว่างและอยู่สูงจากขอบฟ้า
  • 29 วันหลังจากนั้น กลุ่มดาวลูกไก่และกลุ่มดาววัวสามารถมองเห็นได้ในช่วงดวงอาทิตย์ตก
  • สุดท้าย 33 วันหลังจากการสังหารหมู่ ดาวพุธอยู่สูงจากขอบฟ้าและอยูทางทิศตะวันตกเมื่อสุดวงโคจร

เหตุการณ์ทั้งสี่เหตุการณ์ ไม่สามารถเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันได้ นักดาราศาสตร์เลยมองไปในช่วงเวลา 100 ปี ของการเสื่อมสลายของเมืองทรอย เพื่อหาลำดับเหตุการณ์ที่ตรงตามหากาพย์ ซึ่งมีเพียงวันเดียวเท่านั้นที่ตรงกับข้อมูลที่มีอยู่ นั่นคือวันที่ 16 เมษายน 1178 ปีก่อนคริศต์ศักราช

วันเวลาดดังกล่าว ช่วยให้นักประวัติศาสตร์สามารถระบุช่วงเวลา การล่มสลายของเมืองทรอย ซึ่งทำให้เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในมหากาพย์ทั้งสองอย่าง โอดีสซีย์ และ อีเลียด สามารถระบุช่วงเวลาที่ถูกต้องได้

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยทั้งสองได้ย้ำเตือนว่า ความน่าเชื่อถือมาจากเนื้อเรื่องในมหากาพย์เอง และข้อสรุปที่ได้ก็ค่อนข้างจะเป็นสมมุติฐานค่อนข้างมาก

เนื่องจากผมไม่เคยอ่านทั้ง โอดีสซีย์ และ อีเลียด ถ้าหากมีข้อผิดพลาดเรื่องไหน ก็ขออภัยด้วยครับ

ที่มา - Physorg

Syndicate content