Moon

จีนประกาศส่งดาวเทียมไปดวงจันทร์ปีหน้า, ส่งมนุษย์อวกาศลงเดินปี 2017

in

ทางการจีนประกาศที่จะส่งดาวเทียมฉางอี้ 2 ในเดือนตุลาคมปีหน้าเป็นดาวเทียมที่ใช้สำรวจดวงจันทร์เป็นดวงที่สองหลังจากฉางอี้ดวงแรกไปถึงดวงจันทร์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

แผนการของจีนต่อจากฉางอี้สอง คือการส่งยานไปจอดบนดวงจันทร์แล้วเก็บตัวอย่างดินเพื่อนำกลับมายังโลกในปี 2015 ก่อนที่จะส่งมนุษย์ลงไปเดินบนดวงจันทร์ในปี 2017

ที่มา - TG Daily

LCROSS ประสบความสำเร็จ บนดวงจันทร์มีน้ำ!

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น ครบ 100 วันการส่ง LCROSS ไปโคจรรอบดวงจันทร์ เมื่อวานนี้ทางนาซ่าก็ยิงจรวจที่ติดดั้งอยู่บนดาวเทียมพร้อมกับปล่อยให้ตัวดาวเทียมตกกระทบพื้นดวงจันทร์ วันนี้นาซ่าก็แถลงผลวิคราะห์ข้อมูลจากเซ็นเซอร์บนดาวเทียมว่า ฝุ่นที่กระจายขึ้นมานั้นมีน้ำประมาณ 90 ลิตร

การยืนยันนี้ได้มาจากเซ็นเซอร์ NIR (Near Infrared) โดยอาศัยการวัดค่า spectrum ของแสงก่อนการชน และหลังการชน เพื่อเทียบสัดส่วนของพลังงานในย่านต่างๆ พบว่าย่าน 300nm นั้นมีพลังงานสูงขึ้นมาเป็นการยืนยันว่ามี hydroxyl อยู่ในฝุ่นที่ลอยขึ้นมานั้น

ก่อนหน้านี้ข้อมูลจากกล้องฮับเบิลเคยแสดงข้อมูลเบื้องต้นว่าอาจจะมีไฮดรอกซิลในฝุ่นที่ลอยขึ้นมา แต่ช่วงเวลาที่แถลงข่าวนั้นยังไม่มีการยืนยัน

ขนาดหลุมที่เกิดขึ้นจากการพุ่งชนมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20-30 เมตร (60-100 ฟุต)

สำหรับการสังเกตการพวยฝุ่นที่ทางนาซ่าคาดว่าน่าจะใช้อุปกรณ์สมัครเล่นทำได้นั้นกลับไม่สามารถทำได้เนื่องจากสภาพอากาศ แต่ทางนาซ่าก็ได้ถ่ายภาพไว้แล้ว

ที่มา - NY Times

NASA ลดราคา แผนกลับสู่ดวงจันทร์

แผนในอนาคตอันใกล้ของ NASA คือการส่งจรวดไปดวงจันทร์อีกครั้ง หลังจากส่งมนุษย์ไปเยือนครั้งสุดท้ายกับยาน Apollo 17 เมื่อปี 1972 (37 ปีมาแล้ว)

แผนการของ NASA ที่จะเสนอต่อรัฐสภาสหรัฐจะเป็นแผนใหญ่ ระยะเวลา 4 ปีและใช้งบประมาณทั้งหมด 35 พันล้านดอลลาร์ (1.2 ล้านล้านบาท) ซึ่งเม็ดเงินมูลค่ามหาศาลเช่นนี้มีโอกาสสูงที่จะไม่ผ่านสภา

ทางผู้บริหารกลุ่มหนึ่งใน NASA จึงได้เสนอแผนสำรองคู่ขนานกันไป แผนนี้มีมูลค่าเพียง 6.6 พันล้านดอลลาร์ (ถูกกว่ากัน 5 เท่า) แผนนี้จะไม่ใช้จรวดดีไซน์ใหม่ล่าสุดแบบเดียวกับแผนแรก แนวคิดคือใช้กระสวยอวกาศแบบที่เคยใช้มาดัดแปลงใหม่ จรวดลักษณะนี้สามารถเดินทางไปได้ทั้งดวงจันทร์โดยตรง และสถานีอวกาศนานาชาติ

John Shannon ผู้เสนอแผนสองนี้ (ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าโครงการกระสวยอวกาศด้วย) ให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่แคร์ว่าจะใช้จรวดแบบไหน แต่ขอให้ไปถึงดวงจันทร์ได้ก็พอแล้ว ส่วนเสียงตอบรับเบื้องต้นจากกรรมการพิจารณาก็ออกมาดีทีเดียว ไม่ว่าแผนใดจะชนะก็ตาม ยังไงเราได้เห็น NASA ไปเหยียบดวงจันทร์อีกรอบแน่นอน

ที่มา - SFGate

ภาพชุดแรกจาก LRO ถูกส่งมาแล้ว

JuSci เคยเสนอข่าว LCROSS ที่จะถูกยิงลงไปยังดวงจันทร์เพื่อหาน้ำมาแล้ว แต่ในวันนี้ภาพจาก LRO ซึ่งเป็นตัวดาวเทียมหลักที่ส่งขึ้นไปพร้อมกับ LCROSS นั้นก็เริ่มส่งภาพความละเอียดสูงของดวงจันทร์กลับมายังโลกแล้ว

ภาพที่ส่งมานั้นเป็นการส่งภาพเพื่อปรับแต่งกล้องเท่านั้น โดยเป็นภาพช่วงรอยต่อระหว่างกลางวันและกลางคืนบนดวงจันทร์ โดยกล้องถ่ายภาพนี้เป็นอุปกรณ์ชิ้นแรกบน LRO ที่เพริ่มเปิดใช้งาน ส่วนอุปกรณ์อีกหกชิ้นนั้นจะทยอยเปิดทำงานไปเรื่อยๆ ระหว่างการทดสอบ โดยอุปกรณ์ชิ้นต่อไปที่จะเปิดใช้งานคือ Lunar Orbiter Laser Altimeter ที่ใช้สร้างแผนที่สามมิติของดวงจันทร์

ที่มา - NASA

นาซ่าเตรียมจุดระเบิดบนดวงจันทร์เพื่อหาน้ำ

เป็นที่รู้กันว่าการน้ำนั้นเป็นวัตถุดิบสำคัญต่อการสำรวจอวกาศเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเราสามารถใช้น้ำเป็นเชื้อเพลิงไปพร้อมๆ กับใช้เพื่อให้นักบินอวกาศดื่มได้ไปพร้อมๆ กัน แต่ค่าขนส่งน้ำแต่ละลิตรขึ้นไปยังอวกาศนั้นแพงถึงหลายล้านบาทต่อลิตร ทำให้หลายคนหวังว่าดวงจันทร์ของเรานั้นจะมีน้ำอยู่ให้เราได้ใช้

โครงการ LCROSS (แอล-ครอส) หรือ Lunar CRater Observation and Sensing Satellite นั้นเป็นโครงการเพื่อหาน้ำบนดวงจันทร์โดยเฉพาะ โดยการส่งดาวเทียมขึ้นไปพร้อมกับจรวดอีกหนึ่งลูก แล้วยิงจรวดพร้อมๆ กับปล่อยให้ดาวเทียมตกลงสู่ดวงจันทร์ การระเบิดของจรวดที่กระทบผิวดวงจันทร์ด้วยความเร็ว 9,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะทำให้เศษฝุ่นและสิ่งต่างๆ ที่อยู่ใต้ผิวดวงจันทร์นั้นหลุดลอยขึ้นมาสูงนับกิโลเมตร โดยดาวเทียมที่ตกลงตามลงไปนั้นจะเก็บข้อมูลไปตลอดเวลาจนกระทบพื้นดวงจันทร์

โครงการนี้เน้นไปที่การสำรวจพื้นที่มืดบริเวณใกล้ขั้วโลกใต้ของดวงจันทร์

ขณะนี้โครงการ LCROSS กำลังเหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึงสองวันก่อนจะยิงขึ้นสู่อวกาศ ส่วนเวลาตกกระทบนั้นประมาณการกันว่าน่าจะใช้เวลาปรับวงโคจรและทดสอบกันอีกกว่า 100 วัน

พวยฝุ่นที่พุ่งขึ้นมานั้นอาจจะมองเห็นจากโลก หรืออาจจะต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กเพื่อสังเกตการระเบิดครั้งนี้

ผมอ่านเรื่องนี้แล้วนึกถึงเรื่อง 2010 ขึ้นมาทันทีเลยแฮะ

ที่มา - SiliconValley

NASA อาจเลื่อนโครงการสำรวจดวงจันทร์ไปเป็นหลังปี 2020

หลายคนคงเคยได้ยินว่า NASA นั้นเตรียมกลับไปสู่ดวงจันทร์อีกครั้ง โดยเป้าหมายเดิมคือส่งจรวด Ares V ไปยังดวงจันทร์ในปี 2018 (เป็นตัวเลขที่ NASA ใช้ภายใน ส่วนเป้าหมายที่ประกาศต่อคนนอกคือ 2020 โดยมี 2 ปีเป็นตัวเผื่อกรณีมีปัญหา)

แต่ล่าสุด NASA กำลังพิจารณาปรับเป้าหมายภายในเป็น 2020 แล้ว ด้วยเหตุผลด้านการเงิน ทำให้กำหนดสาธารณะ 2020 เดิมเริ่มมีปัญหาขึ้นมาทันที เรื่องนี้จะได้ข้อตัดสินอย่างเป็นทางการเมื่อรัฐบาลโอบามาจัดสรรงบประมาณเสร็จในเดือน พ.ค.

อดีตผู้บริหารของ NASA บอกว่าเป็นเพราะรัฐบาลบุช หั่นงบโครงการ Ares V จาก 4 พันล้านดอลลาร์ลงมาเหลือ 500 ล้านเท่านั้น

ที่มา - Guardian

ดาวเทียมจีน รอดพ้นจากจันทรุปราคา

ดาวเทียมสำรวจดวงจันทร์ของจีน ซึ่งโคจรรอบดวงจันทร์มาเป็นเวลากว่า 9 เดือน สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ไม่มีพลังงานจากแสงอาทิตย์มาได้

นักวิทยาศาสตร์ของจีน ได้ทำการปรับเปลี่ยนวงโคจรของดาวเทียม ฉางเอ๋อ 1 (Chang'e ถ้าอ่านผิดก็ขออภัยด้วยครับ) และปิดการทำงาน ของอุปกรณ์บางส่วนเป็นการชั่วคราว ก่อนที่จะสูญเสียการติดต่อ เป็นเวลา 3 ชั่วโมง

จันทรุปราคาเกิดขึ้นตั้งแต่ 15.35 จนถึง 18.44 (เวลาประเทศจีน) ซึ่งถ้าคำนวนจากวงโคจรเดิม ฉางเอ๋อ 1จะอยู่ในเงามืดเป็นเวลา 220 นาที แต่เมื่อปรับวงโคจรใหม่ ทำให้เวลาที่มันอยู๋ในเงามืดเหลือเพียง 168 นาที

ฉางเอ๋อ 1 เป็นส่วนหนึ่งในสามของภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของจีน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการลงจอดบนดวงจันทร์ ปล่อยยานสำรวจ เพื่อนำตัวอย่างดินและหินกลับมา ภายในปี 2017

ที่มา - Physorg

นักวิจัยพัฒนาระบบนำทางบนดวงจันทร์

Ron Li นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Ohio State ผู้ซึ่งเคยพัฒนาระบบนำร่องของยานสำรวจดาวอังคาร กำลังพยายามพัฒนาระบบค้นหาเส้นทางสำหรับมนุษย์บนดวงจันทร์

นาซามีแผนจะส่งมนุษย์กลับไปบนดวงจันทร์อีกครั้งภายในปี 2020 นักบินอวกาศไม่สามารถใช้ระบบ GPS ในการค้นหาเส้นทางรอบๆ เนื่องจากบนดวงจันทร์ไม่มีดาวเทียมสำหรับใช้ส่งสัญญาณ

Li ได้รับเงินสนับสนุนจากนาซาเป็นจำนวน 1.2 ล้านดอลลาร์ในระยะเวลา 3 ปี เพื่อพัฒนาระบบนำทางซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนระบบ GPS แต่ใช้สัญญาณจากเซนเซอร์ที่อยู่บนดวงจันทร์, ไฟสัญญาณ, กล้องวีดีโอสามมิติ ในการระบุตำแหน่ง

คนโดยทั่วไป จะใช้สภาพภูมิประเทศ เช่น ขนาดของตึกหรือภูเขาในการเปรียบเทียบระยะทาง แต่บนดวงจันทร์ไม่มีสภาพภูมิประเทศดังกล่าว ทำให้นักบินอวกาศหลงทาง หรือประมาณระยะทางผิดไป ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

Li ได้อธิบายระบบการทำงานของเขา เริ่มจากการนำภาพถ่ายจากดาวเทียมมารวมเข้ากับภาพที่ได้จากพื้นผิว เพื่อนำมาสร้างเป็นแผนที่ของดวงจันทร์, เซนเซอร์ตรวจจับการเคลือนไหวที่ติดตั้งอยู่บนพาหนะและบนนักบินอวกาศ ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถคำนวนตำแหน่งที่อยู่ในปัจจุบัน, สัญญาณจากยานบนดวงจันทร์และสถานีที่ตังอยู่ จะช่วยให้นักบินอวกาศรู้ตำแหน่งรอบๆ ตัว ซึ่งนักวิจัยได้ตั้งชื่อให้กับระบบดังกล่าวว่า Lunar Astronaut Spatial Orientation and Information System (LAOIS)

ที่มา - EurekAlert

Syndicate content