Religion

วาติกันเผนแพร่เอกสารว่าด้วยหลักการจริยธรรมทางชีววิทยา

41
vote

ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันนำมาสู่ความก้ำกึ่งของหลักการทางจริยธรรมหลายประการที่เราเคยรู้สึกว่า “รู้ๆ กัน” อย่างเช่นประเด็นของการทำแท้ง ที่อาจจะมีการหยุดยั้งการตั้งครรภ์ได้หลายช่วงเวลา หรือการทำโคลนนิ่งที่มีการทำลายตัวอ่อนที่ระดับพัฒนาการต่างๆ

ประเด็นเหล่านี้นำมาซึ่งการเผยแพร่เอกสารว่าด้วยการรวบรวมหลักข้อเชื่อในประเด็นทางชีววิทยาต่างๆ โดยเนื้อความแล้วเอกสารฉบับนี้ต่อต้านเทคนิคการมีบุตรด้วยเทคนิคพิเศษหลายประการ เนื่องจากการมีบุตรเป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นจากการแต่งงานจากคู่แต่งงานต่างเพศเท่านั้น รวมถึงการต่อต้านยาคุมกำเนิดหลังมีเพศสัมพันธ์ที่ถูกจัดกลุ่มเข้าเป็นการทำแท้งชนิดหนึ่ง

เอกสารฉบับนี้ถูกเผยแพร่ออกมาหลังการพูดคุยกันภายในเป็นเวลาหกปี และนับเป็นครั้งแรกในรอบ 21 ปีที่วาติกันออกประกาศเช่นนี้

หาเอกสารฉบับเต็มได้ที่เว็บการประชุมบิชอปแห่งสหรัฐฯ (PDF)

ที่มา - The New York Times

วาติกันระบุ "ทฤษฎีวิวัฒนาการเข้ากันได้กับไบเบิล"

52
vote

อาร์กบิชอป Gianfranco Ravasi รัฐมนตรีวัฒนธรรมแห่งกรุงวาติกันได้ออกมาระบุเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ทฤษฎีวิวัฒนาการนั้นไม่ได้ขัดแย้งกับเนื้อหาในพระคัมภีร์ไบเบิลแต่อย่างใด และทางวาติกันเตรียมการที่จะจัดประชุมวิชาการที่รวมเอานักวิทยาศาสตร์, นักศาสนศาสตร์, และนักปรัชญา ในเดือนมีนาคมปีหน้าในโอกาสครบรอบ 150 ปีของทฤษฎีวิวัฒนาการอีกด้วย

ชุมชนคริสเตียนหลายกลุ่มในโลกมีความคิดในแง่ลบต่อทฤษฎีวิวัฒนาการเนื่องจากเนื้อความในพระคัมภีร์ไบเบิลส่วนปฐมกาล (Genesis) ได้มีการระบุถึงการที่พระเจ้าได้สร้างโลกในยุคเริ่มต้นเอาไว้ เช่นในเมือง Dover ที่สหรัฐฯ ได้มีการฟ้องร้องกันเพื่อให้มีการระบุถึงทฤษฎี Intelligent Design ไว้ในหลักสูตรวิทยาศาสตร์ควบคู่ไปกันไป

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการยอมรับทฤษฎีวิวัฒนาการจากทางวาติกัน โดยครั้งแรกนั้นเป็นการแสดงความยอมรับจากสันตะปาปา Pius ที่เจ็ดในปี 1950 และอีกครั้งหนึ่งจากสันตะปาปา John Paul ในปี 1996 ส่วนสันตะปาปา Benedict นั้นเคยแสดงความไม่เห็นด้วยกับการตีความพระคัมภีร์ไบเบิลแบบตามตัวอักษร

ที่มา - Reuters

ความเชื่อมีผลต่อการตัดสินใจมากว่าข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

112
vote

ในการสำรวจข้อมูลความคิดเห็นงานวิจัยเกี่ยวกับสเต็มเซลล์ คนส่วนมากมักถูกจูงใจด้วยข้อเท็จจริงจำนวนหนึ่ง แต่ข้อเท็จจริงในเรื่องเดียวกัน อาจจะไม่สามารถใช้ได้กับคนอีกหลายประเภท

ทีมนักวิจัยจากมหาิวิทยาลัย Wisconsin-Madison ใช้เวลากว่าสองปี ในการศึกษาทัศนะคติของประชาชน ต่อการทำวิจัยด้านสเต็มเซลล์ ซึ่งจากงานวิจัยชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่า ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์สำหรับหลายๆ คน ไม่มีความสำคัญต่อทัศนคติในสาขานี้เลย

Dietram Scheufele หัวหน้าทีมวิจัย ได้กล่าวว่า ต่อให้เอาข้อมูลชุดเดียวกัน ไปให้แต่ละกลุ่มคนดู บางกลุ่มอาจจะมีทัศนคติที่เปลี่ยนไป แต่สำหรับบางกลุ่ม ต่อให้มีข้อมูลมากขนาดไหน ก็ยังคงมีทัศนคติเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ทางทีมนักวิจัยได้นำทัศนคติของประชาชน ที่มีต่องานวิจัยที่เป็นที่ถกเถียงกันในวงกว้าง เช่น นาโนเทคโนโลยี หรืองานวิจัยทางด้านสเต็มเซลล์ พบว่าหลายครั้งที่ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ กลับมีความสำคัญน้อยกว่าปัจจัยอื่นๆ อย่างเช่น ความเชื่อทางศาสนา หรือแม้กระทั่งคำโต้แย้งของนักวิทยาศาสตร์ที่มืชื่อเสียง

ในกรณีของสเต็มเซลล์ ความเชื่อทางศาสนาถือเป็นกุญแจสำคัญเลยทีเดียว หากบุคคลใดที่ศาสนาเข้ามามีบทบาทในชีวิตเป็นอย่างมาก ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ก็แทบจะไม่มีผลกระทอบต่อทัศนคติเลย แต่สำหรับคนที่ไม่เคร่งศาสนามาก ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์จะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจค่อนข้างสูง

ผลสรุปจากการวิจัย ทำให้เราสามารถสรุปได้ว่า ข้อมูลที่มากขึ้น ไม่สามารถเปลี่ยนทัศนคติของคนได้เสมอไป คนส่วนมากยังยึดติดกับความเชื่อทางศาสนา ซึ่งประเด็นความเชื่อทางศาสนาถือเป็นเรื่องที่ต้องระวัง ในการสื่อสารกับบุคคลเหล่านี้

ที่มา - EurekAlert

Syndicate content