Space Exploration

นาซาเตรียมความพร้อมให้กับภารกิจ "เคปเลอร์"

51
vote

ภารกิจค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะของนาซา หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เคปเลอร์” (Kepler) มีความก้าวหน้าไปอีกขั้น เมื่อตัวยานสามารถผ่านการทดสอบอุณหภูมิแบบสุดขั้ว

การทดสอบอุณหภูมิในภาวะสูญญากาศ เป็นส่วนหนึ่งของชุดทดสอบยานอวกาศก่อนที่จะปล่อยออกสู่อวกาศ ซึ่งตามกำหนดการ ยานสำรวจอวกาศเคปเลอร์ จะถูกส่งด้วยจรวด Delta 2 ภายในปี 2009

เคปเลอร์ จะทำการเฝ้ามองดวงดาวกว่า 100,000 ดวง, ทำการค้นหาสัญญาณของดาวเคราะห์ ซึ่งรวมถึงดาวเคราะห์ที่มีขนาดเท่าหรือเล็กกว่าโลก ซึ่งจนถึงปัจจุบันดาวเคราะห์ที่ค้นพบล้วนมีขนาดใหญ่กว่าโลกทั้งสิ้น

ที่มา - Physorg

ฝรั่งเศสเซ็นสัญญา ซื้อจรวด Soyuz จากรัสเซีย

52
vote

The European commercial space-launch ซึ่งเป็นหุ้นส่วนกับบริษัท Arianespace ได้เซ็นสัญญากับรัสเซีย ในการซื้อจรวด Soyuz จำนวน 10 ลำ เป็นมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาก อียูได้ให้ไฟเขียวสำหรับระบบนำทางของสภาพยุโรป หรือที่รู้จักกันในชื่อกาลิเลโอ (Galileo) ซึ่งตามข้อกำหนดของ European Space Agency ระบบการปล่อยขึ้นสู่อวกาศ จะต้องใช้ระบบที่แตกต่างกันอย่างน้อย 2 ระบบ ซึงทำให้บริษัท Arianespace จะใช้ทั้งจรวด Ariane 5 และจรวด Soyuz ในการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร

ที่มา - Physorg

ความก้าวหน้าอีกขั้น ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb

51
vote

ความก้าวหน้าของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb ก้าวหน้าไปอีกขั้น เมื่อโมเดลจำลอง ของอุปกรณ์วัดรังสีอินฟราเรดระยะกลาง (Mid-Infrared) ที่วิศวกรของนาซาได้ทำการออกแบบ สามารถผ่านการทดสอบเบื้องต้นด้านอุณหภูมิและแรงสั่นสะเทือน ทำให้วิศวกรสามารถนำไปสร้างเป็นอุปกรณ์จริงได้ทันที

กล้อโทรทรรศน์อวกาส James Webb ถือเป็นกล้องย่านความถี่อินฟราเรดที่ไวที่สุดเท่าที่เคยสร้างกันมา มันสามารถมองเห็นกาแล็กซีที่อยู่ไกลสุดขอบจักรวาล, สามารถศึกษาระบบดาวเคราห์ที่พึ่งถือกำเนิด และสามารถมองหาเงื่อนไขที่เหมาะสมที่ทำให้เกิดสิ่งมีชีวิต บนระบบดาวฤกษ์ดวงอื่น

อุปกรณวัดรังสีอินฟราเรดระยะกลาง ถือเป็นอุปกรณ์ที่ใช้วัดความยาวคลื่นมากที่สุดของตัวกล้อง สามารถทำงานในช่วงคลื่นความถี่ของอินฟราเรดระยะกลาง ซึ่งมีความคลื่นประมาณ 5 ถึง 28.5 ไมครอน

เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้วัดรังสีอินฟราเรดไวต่อความร้อน ทำให้มันต้องมีการหล่อเย็นอยู่ตลอดเวลา เครื่องทำความเย็นจะต้องควบคุมอุณหภูมิ ให้่ตำถึง 7 เคลวิน ซึ่งเย็นสุดเท่าที่เคยมีมา

ที่มา - Physorg

นาซ่าเตรียมเดินทางไปยังดาวอังคารอีกครั้ง

59
vote

นาซ่าเปิดโครงการ MAVEN ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจดาวอังคารที่จะเดินทางไปโคจรรอบดาวอังคารในปี 2014 โดยหวังว่าโครงการนี้จะเปิดความรู้ใหม่เกี่ยวกับสภาพอากาศบนดาวอังคารได้

ดาวอังคารเคยเป็นดาวที่มีชั้นบรรยากาศและน้ำคล้ายกับโลก แต่ทุกวันนี้สาเหตุที่ชั้นบรรยากาศหายไปยังคงเป็นปริศนา

วงโคจรของดาวเทียม MAVEN จะอยู่ระหว่าง 90 ถึง 3,870 ไมล์เหนือพื้นผิวดาวอังคาร และยังสามารถกดวงโคจรลงเหลือ 80 ไมล์ เพื่อเข้าไปสำรวจในชั้นบรรยากาศระดับสูงของดาวอังคารได้

นอกจากเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์แล้ว MAVEN จะติดตั้งกล้องโทรทรรศ์ที่ประสิทธิภาพสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการส่งออกไปนอกวงโคจรโลกอีกด้วย

ที่มา - NASA

นาซาเลื่อนการขนส่งสัมภาระ ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ

73
vote

นาซาได้เลื่อนการส่งยานบรรทุกสัมภาระ ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ หลังจากที่พายุเฮอริเคน Ike ได้ถล่มเท็กซัส ซึ่งทำให้สถานีควบคุมการบินที่ฮุสตัน ต้องหยุดการทำงานชั่วคราว

ยานขนส่งสัมภาระของรัสเซีย “โปรเกรส” ได้รับการปล่อยขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันพฤสัสที่ผ่านมา ซึ่งมันได้บรรทุกสัมภาระหนักกว่า 2 ตัน สำหรับนักบินอวกาศชาวรัสเซีย ที่ประจำการอยู่บนสถานีอวกาศ

แต่อย่างไรก็ตาม ทางรัสเซียและสหรัฐ ได้เลื่อนกำหนดการเชื่อมต่อจากเดิมวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ไปเป็นวันพุธ ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่า ช่วงเวลาดังกล่าว พายุเฮอริเคน Ike คงจะผ่านพ้นไปแล้ว

ที่มา - Physorg

ดาวเทียมจีน รอดพ้นจากจันทรุปราคา

84
vote

ดาวเทียมสำรวจดวงจันทร์ของจีน ซึ่งโคจรรอบดวงจันทร์มาเป็นเวลากว่า 9 เดือน สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ไม่มีพลังงานจากแสงอาทิตย์มาได้

นักวิทยาศาสตร์ของจีน ได้ทำการปรับเปลี่ยนวงโคจรของดาวเทียม ฉางเอ๋อ 1 (Chang’e ถ้าอ่านผิดก็ขออภัยด้วยครับ) และปิดการทำงาน ของอุปกรณ์บางส่วนเป็นการชั่วคราว ก่อนที่จะสูญเสียการติดต่อ เป็นเวลา 3 ชั่วโมง

จันทรุปราคาเกิดขึ้นตั้งแต่ 15.35 จนถึง 18.44 (เวลาประเทศจีน) ซึ่งถ้าคำนวนจากวงโคจรเดิม ฉางเอ๋อ 1จะอยู่ในเงามืดเป็นเวลา 220 นาที แต่เมื่อปรับวงโคจรใหม่ ทำให้เวลาที่มันอยู๋ในเงามืดเหลือเพียง 168 นาที

ฉางเอ๋อ 1 เป็นส่วนหนึ่งในสามของภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของจีน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการลงจอดบนดวงจันทร์ ปล่อยยานสำรวจ เพื่อนำตัวอย่างดินและหินกลับมา ภายในปี 2017

ที่มา - Physorg

แคสสินี พบแหล่งกำเนิดพวยก๊าซบนดวงจันทร์เอนเซลาดัส

90
vote

นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ ของยานแคสสินี เมื่อยานลำนี้สามารถระบุตำแหน่ง ของแหล่งกำเนิดพวยก๊าซที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง บนพื้นผิวของดวงจัทนทร์เอนเซลาดัส

รูปภาพล่าสุดที่ได้จากยานแคสสินี เผยให้เห็นรายละเอียดที่ชัดเจน ของรอยแตกที่นักวิทยาศาสตร์เรียกกันว่า ลายพาดกลอน เป็นบริเวณที่มีก๊าซพวยพุ่งออกมา รอยแตกดังกล่าวมีความลึก 300 เมตร ข้างในมีรูปทรงคล้ายตัว V

เป้าหมายที่สำคัญอันหนึ่ง ของการบินเฉียดดวงจันทร์เอนเซลาดัสในระยะใกล้ ของยานแคสสินี เพื่อต้องการหาตำแหน่งในรอยแตกของพื้นผิวดาว ที่ปลดปล่อยพวยก๊าซออกมา และค้นหาร่องรอยของสารอินทรีย์ ซึ่งตอนนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษา ลักษณะและความรุนแรงของกระบวนการนี้ และผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ รูปภาพที่ได้ร่วมกับข้อมูลที่ได้จากอุปกรณ์วัดอื่นๆ บนตัวยาน อาจจะสามารถ ตอบคำถามที่ว่า มีแหล่งน้ำอยู่ข้างใต้พื้นผิวของดาวหรือไม่

การถ่ายภาพพื้นผิวของดวงจันทร์เอนเซลาดัส ในระยะใกล้ไม่ใช่ใช่เรื่องง่าย เปรียบได้กับ การพยายามถ่ายภาพ ป้ายโฆษณาริมถนน ด้วยเลนส์เทเลโฟโต้ บนรถที่ขับด้วยความเร็วสูง ในมุมมองของยานแคสสินี ดวงจันทร์เอนเซลาดัส ก็เปรียบเสมือนเส้น ที่วิ่งผ่านท้องฟ้าไปอย่างรวดเร็ว วิธีการที่ดีที่สุดก็คือ ให้ยานแคสสินีอยู่ไกลจากดวงจันทร์เอนเซลาดัสพอสมควร แล้วหมุนยานและกล้อง ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ในทิศทางที่คาดไว้แล้ว

ที่มา - Physorg

นาซาวางแผนไปเยี่ยมดวงอาทิตย์อีกครั้ง

85
vote

นักดาราศาสตร์สนใจศึกษาดวงอาทิตย์มาเป็นระยะเวลากว่า 400 ปีแล้ว ถึงคราวที่นาซาจะไปสำรวจท่านประธานของระบบสุริยะเสียที

ชื่อของภารกิจยานสำรวจดวงอาทิตย์ในครั้งนี้ มีชื่อว่า Solar Probe+ (โซลาร์โพรบพลัส) ตัวยานถูกออกแบบให้ทนต่อความร้อนจากดวงอาทิตย์ เพื่อที่จะสามารถพุ่งลงไปสำรวจชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ โดยจะเก็บตัวอย่างของลมสุริยะ และตรวจวัดสนามแม่เหล็กภายในชั้นบรรยากาศ นาซาวางแผนจะปล่อยยานลำนี้ในช่วงปี 2015 และจะสำเร็จภารกิจภายใน 7 ปีให้หลัง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า Solar Probe+ จะช่วยแก้ข้อสงสัยสำคัญสองประการของนักดาราฟิสิกส์ นั่นคืออุณหภูิมิที่สูงมากของชั้นโคโรนา และปริศนาเรื่องการเร่งความเร็วของลมสุริยะ นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์หวังว่าจะมีการค้นพบใหม่ๆ ในระหว่างการเดินทางอีกด้วย

ห้องวิจัยฟิสิกส์ประยุกต์ (Applied Physics Lab) ของมหาวิทยาลัย John Hopkin จะเป็นผู้ออกแบบตัวยาน ซึ่งห้องวิจัยนี้ เคยมีประสบการณ์ในการออกแบบยานสำรวจดวงอาทิตย์

ในขั้นตอนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ Solar Probe+ จะอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 7 ล้านกิโลเมตร หรือประมาณ 9 เท่าของรัศมีดวงอาิทิตย์ โล่ห์กันความร้อนซึ่งสร้างจากวัสดุผสมคาร์บอน จะต้องทนอุณหภูมิที่สูงกว่า 1,400 องศาเซลเซียส และต้องทนต่อการระเบิดของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งไม่มียานสำรวจดวงอาทิตย์ลำไหนเคยเจอมาก่อน

ที่มา - ScienceDaily

ยานสำรวจ "ฟินิกซ์" ลงจอดบนดาวอังคารแล้ว

95
vote

ยานสำรวจดาวอังคารของนาซ่า “ฟินิกซ์” ได้ลงจอดเป็นผลสำเร็จ บริเวณขั้วเหนือของดาวอังคาร เมื่อเช้าวันนี้ (เวลาประเทศไทย)

การลงจอดครั้งนี้ แตกต่างจากการลงจอดของยานสำรวจดาวอังคารลำอื่นๆ เนื่องจากเจ้าฟินิกซ์ ใช้จรวจดขับดันและร่มชูชีพในการชะลอความเร็ว (ไม่ได้ตกกระแทกโดยใช้ถุงลมเหมือนเมื่อก่อน) ซึ่งทำให้การลงจอดครั้งนี้นุ่มนวลมาก

ทีมนักวิทยาศาสตร์ใน JPL (Jet Plopulsion Laboratory) ต่างเป็นกังวลในการลงจอดครั้งนี้ เพราะว่าภารกิจไปดาวอังคารส่วนใหญ่ มักประสบความล้มเหลวเกินครึ่ง

ฟินิกซ์จัดสร้างขึ้นด้วยงบประมาณ 420 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ได้ได้เข้าใจ สภาพบริเวณพื้นที่แถบขั้วเหนือของดาวอังคาร ว่ามีปัจจัยเอื้อต่อการดำรงชีวิต ของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กหรือไม่ โดยภารกิจหลักหลักของยานก็คือ ขุดเจาะตัวอย่างน้ำแข็งมาวิเคราะห์หาองค์ประกอบของสารอินทรีย์ ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์ สามารถประเมินได้ว่า เคยมีสิ่งมีชีวิตอยู่หรือเปล่า

ฟินิกซ์ประกอบด้วยอุปกรณ์สำหรับวิเคราะห์หาสารอินทรีย์, อุปกรณ์ทางอุตุนิยมวิทยา สำหรับการวิเคราะห์สภาพอากาศ และอุปกรณ์สำคัญ ก็คือ แขนกลความยาว 2.35 เมตร ซึ่งใช้สำหรับเก็บกลุ่มตัวอย่างมาวิเคราะห์

ที่มา - Physorg

Syndicate content