USA

ประชาชนในชาติตะวันตกรับผิดชอบต่อการปล่อยคาร์บอนผ่านการนำเข้าสินค้าจำนวนมาก

ตัวเลขหนึ่งที่มักมีการเสนอกันบ่อยๆ เวลาพูดถึงเรื่องโลกร้อนขึ้นมาแต่ละครั้งคือตัวเลขการผลิตคาร์บอนขึ้นสู่อากาศของแต่ละชาติ ซึ่งในปีสองปีมานี้จีนก็แซงหน้าชาติตะวันตกทั้งหมดไปแล้ว แต่งานวิจัยชิ้นล่าสุดก็มีได้เสนอแนวทางในการวัดผลกระทบต่อปริมาณคาร์บอนในอากาศด้วยการวัดจากสินค้าที่ประชาชนในชาตินั้นบริโภคแทนที่จะวัดจากปริมาณคาร์บอนที่ปล่อย

ผลงานวิจัยนี้แสดงผลลัพธ์ที่น่าสนใจ คือคาร์บอนประมาณ 1 ใน 4 ของคาร์บอนที่ปล่อยขึ้นสู่อากาศเป็นผลจากการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกรวม 6,200 เมกกะตันต่อปี เฉพาะจีนประเทศเดียวมีส่วนแบ่งในคาร์บอนเพื่อการส่งออกนี้ถึง 1,400 เมกกะตันต่อปี ทำให้เมื่อวัดปริมาณคาร์บอนจากการบริโภค สหรัฐฯ จะกลับขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งด้วยปริมาณ 6,500 เมกกะตันส่วนจีนตกไปอยู่อันดับที่สองที่ 4,000 เมกกะตันที่เหลือเป็นญี่ปุ่นและยุโรปตะวันตกอื่นๆ

ที่น่าสนใจคือเมื่อวัดด้วยตัวเลขคาร์บอนที่บริโภคต่อประชากรแล้วประเทศอย่างลักเซมเบิร์ก, สิงคโปร์ ฮ่องกง, ออสเตรเลีย, แคนาดา ก็เข้ามาร่วมอยู่ในรายการสิบอันดับแรกกันด้วย ที่เหลือคือสหรัฐฯ และยุโรปตะวันตก ส่วนจีนนั้นไม่อยู่ในสิบอันดับแรก และประเทศยากจนเช่นในกลุ่มแอฟริกานั้นก็ยังคงอยู่ท้ายตารางเช่นเดิม

น่าสนตัวเลขเหล่านี้รวมพลังงานที่ใช้ขนส่งไปแล้วรึยัง เพราะน่าจะมีสัดส่วนสูงทีเดียว

ที่มา - ArsTechnica

จะเป็นโสด หรือมีคู่แล้วไม่มีความสุขก็มีโอกาสเส้นเลือดในสมองแตกพอๆ กัน

งานวิจัยร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุขของอิสราเอลร่วมกับสถาบันโรคหัวใจ, ปอด และเลือดของสหรัฐฯ ได้แถลงผลวิจัยพบความเกี่ยวเนื่องระหว่างสถานะในชีวิตคู่และอัตราการเป็นโรคเส้นเลือดในสมองแตก จากกลุ่มข้อมูลชายจำนวน 10,059 คนที่เป็นพนักงานของรัฐ

ผลขั้นต้นชี้ให้เห็นว่าเมื่อแยกข้อมูลระหว่างผู้ที่แต่งงานแล้วกับกลุ่มเป็นโสดจะมีโอกาสเป็นโรคเส้นเลือดในสมองแตกร้อยละ 8.4 ขณะที่คนแต่งงานแล้วจะมีโอกาสร้อยละ 7.1 เท่านั้น เมื่อปรับผลตามพฤติกรรมแวดล้อมเช่น ความอ้วน, การสูบบุหรี่ และปัจจัยอื่นๆ พบว่าคนโสดมีความเสี่ยงมากกว่าคนที่แต่งงานถึงร้อยละ 64

ต่อมาที่การทำแบบสำรวจให้ผู้เข้าร่วมประเมินความสำเร็จของชีวิตคู่ตัวเองแล้วแยกกลุ่ม พบว่ากลุ่มที่ไม่พอใจกับชีวิตคู่ของตัวเองก็มีความเสี่ยงในการเป็นโรคเส้นเลือดในสมองแตกมากกว่ากลุ่มที่มีความสุขกับชีวิตคู่ถึงร้อยละ 64 เช่นกัน

เป็นโสดก็เสี่ยง มีคู่ผิดก็เสี่ยง ต่อไปบริษัทหาคู่อาจจะมีคำโฆษณาใหม่... "เพื่อสุขภาพ..."

ที่มา - EurekAlert!

กูเกิลได้รับใบอนุญาตขายไฟฟ้าแล้ว

หลังจากวันที่ 23 นี้กูเกิลจะได้รับสิทธิ์ในการซื้อขายพลังงานเป็นล็อตใหญ่ๆ เช่นเดียวกับบริษัทพลังงานอื่นๆ อย่างไรก็ตามกูเกิลยังไม่มีโรงงานผลิตไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้าเป็นของตัวเองแต่อย่างใด

กูเกิลเป็นบริษัทที่ใช้พลังงานมหาศาล การได้รับใบอนุญาตนี้จะเปิดทางเลือกในการซื้อพลังงานยกล็อตจากบริษัทผู้ผลิตโดยตรงได้ง่ายขึ้น ส่วนในแง่ประชาสัมพันธ์ กูเกิลระบุว่าใบอนุญาตนี้จะนำไปสู่โอกาสในการเลือกใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็นองค์กรที่ไม่ผลิตคาร์บอนต่อไป

ที่มา - IT World

ห้องเรียนที่มีคอมพิวเตอร์แบบหนึ่งคนหนึ่งเครื่องเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนได้

การศึกษาประสิทธิภาพในการเรียนล่าสุดจากวิทยาลัยบอสตัน ได้แสดงให้เห็นว่าการเรียนการสอนที่มีคอมพิวเตอร์ให้แก่นักเรียนทุกคน เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนได้อย่างมีนัยสำคัญ

การศึกษาครั้งนี้ศึกษาในแถบ Berkshire County เนื่องจากในเขตนี้มีโครงการ Berkshire Wireless Learning Initiative การศึกษาแสดงให้เห็นว่าเด็กในโครงการนี้มีผลสัมฤทธิ์ทางด้านภาษาอังกฤษและวรรณกรรมสูงกว่าเด็กทั่วไป รวมถึงตัวเด็กเองยังตื่นเต้นในการไปโรงเรียนมากขึ้น

สำหรับบ้านเรา ผมว่าขอครูหนึ่งคนต่อเด็กไม่เกิน 20 คนจะดีมากเลยครับ

ที่มา - Science Daily

รัฐเมนเสนอร่างกฏหมายเตือนอันตรายมะเร็งจากโทรศัพท์มือถือ

รัฐเมนในสหรัฐอเมริกามีการเสนอร่างกฏหมายเพื่อให้มีการเตือนว่าโทรศัพท์มือถืออาจจะเป็นสาเหตุของมะเร็ง ด้วยตัวอักษรคำว่า Warning สีแดงขนาดใหญ่, โลโก้รูปสมอง, และข้อความเตือนอันตรายที่ลบออกไม่ได้

ที่น่าสนใจคือกฏหมายฉบับนี้ไม่ระบุถึงความเข้มของรังสีที่ปล่อยออกมาจากโทรศัพท์แต่อย่างใด ขณะที่ซานฟรานซิสโกเคยมีการเสนอกฏหมายคล้ายๆ กันแต่เป็นการระบุตัวเลขรังสีที่จะได้รับจากโทรศัพท์แทน

ปัญหาคือยังไม่มีรายงานทางวิทยาศาสตร์ฉบับใดสามารถยืนยันถึงความเกี่ยวข้องระหว่างมะเร็งและโทรศัพท์มือถือได้อย่างแน่ชัด ขณะที่คลื่นจากโทรศัพท์มือถืออาจจะทำให้น้ำในบริเวณใกล้เคียงร้อนขึ้นมาเล็กน้อย แต่ความเปลี่ยนแปลงที่ก่อมะเร็งนั้นเป็นคนละเรื่องกัน

รายงานทางวิทยาศาสตร์ที่มีการเสนอ มีการศึกษาอัตราการเป็นมะเร็งของประเทศเดนมาร์ก, ฟินแลนด์, นอร์เวย์, และสวีเดน พบว่าอัตราการเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้นในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา แต่ในระยะสิบกว่าปีให้หลังนี้ที่มีการใช้โทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นอย่างมาก อัตตราการเปลี่ยนแปลงนี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปแต่อย่างใด

ที่มา - ArsTechnica, Oxford Journal, Yahoo! News

นาซ่าระบุพร้อมจะเป็นหุ้นส่วนกับจีนในการสำรวจอวกาศ

Charles Bolden ผอ. ของนาซ่าได้ให้สัมภาษย์ระบุว่าทางนาซ่าพร้อมจะเป็นหุ้นส่วนกับทางจีนหากมีนโยบายดังกล่าวสั่งการลงมา

งบประมาณด้านอวกาศของทัั้งสองประเทศนั้นแตกต่างกันค่อนข้างมาก โดยจีนมีงบประมาณเป็นทางการที่ประมาณปีละ 500 ล้านดอลลาร์ และคาดการณ์ว่าตัวเลขจริงจะอยู่ที่ 1,300 ล้านดอลลาร์ ขณะที่นาซ่าเพิ่งของบประมาณปี 2009-1010 ไป 18,700 ล้านดอลลาร์ (อาจจะถูกลดลงอีกร้อย 10 ซึ่งยังมากกว่าจีนมหาศาล)

แม้ว่างบประมาณจะมากกว่ามาก แต่ทางการจีนนั้นก็ทำได้ค่อนข้างดี โดยสามารถส่งนักบินอวกาศไปทำ Spacewalk ได้ และยังส่งดาวเทียมไปสำรวจดวงจันทร์ได้สำเร็จ

ส่วนความร่วมมือจริงๆ คงต้องดูรัฐบาลโอบาม่าว่าจะสนใจหรือไม่

ที่มา - Google News

NASA อาจ "เอาต์ซอร์ส" งานสร้างจรวดให้เอกชน

อาจเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้านอวกาศของโลก เมื่อ NASA อาจจะต้อง "เอาต์ซอร์ส" งานให้ภาคเอกชนทำแทน

เหตุผลเป็นเพราะการบริหารงานของ NASA ไม่มีประสิทธิภาพ และด้านค่าใช้จ่ายนั่นเอง หลังจากส่งคนไปดวงจันทร์สำเร็จแล้ว กิจกรรมด้านอวกาศของ NASA ดูจะซาๆ ลงจนเหลือแค่กระบวนการส่งคนขึ้น-ลงอวกาศเป็นหลัก ความถดถอยของ NASA เห็นได้ชัดเจนจากการที่กระสวยอวกาศหมดอายุการใช้งาน และ NASA ไม่สามารถหาระบบขนส่งอวกาศแบบใหม่มาทดแทนได้ทัน จนต้องพึ่งพิงจรวดของรัสเซียแต่เพียงฝ่ายเดียว

รัฐบาลโอบามาได้ตั้งคณะกรรมการศึกษาการปฏิรูป NASA ซึ่งมีข้อเสนอว่า NASA ควรมีภาระกิจที่มากกว่าปัจจุบัน เช่น ส่งคนไปดวงจันทร์อีกครั้ง ไปดาวอังคาร และในอวกาศลึกออกไป แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจถดถอย อาจทำให้ภารกิจใหม่ของ NASA ไม่ประสบความสำเร็จได้สูง ทางออกจึงเป็นการเอาต์ซอร์สการพัฒนาให้เอกชนทำแทน เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนออกไปจากภาครัฐ

คนตัดสินใจเรื่องอนาคตของ NASA คือประธานาธิบดีโอบามา โดยมีข้อเสนอจากคณะกรรมการชุดต่างๆ ประกอบการตัดสินใจ

ที่มา - Wall Street Journal

เมื่อน้ำเป็นปัญหาใหม่ของพลังงานชีวภาพ

พลังงานชีวภาพเป็นแนวทางหนึ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างสูงในช่วงหลายปีมานี้ เนื่องจากสามารถนำมาใช้กับเครื่องยนต์ที่มีอยู่ในท้องถนนได้ทันที แม้จะมีผลเสียในภาพรวมต่อภาวะโลกร้อนก็ตาม การศึกษาล่าสุดยังพบปัญหาอีกประการของการใช้น้ำที่มากจนน่าตกใจในบางครั้ง

ประเด็นการใช้น้ำที่สูงเป็นเรื่องที่ได้รับการศึกษามาแล้วก่อนหน้านี้ โดยรายงานเดิมนั้นมีการศึกษาว่าน้ำมันชีวภาพ 1 ลิตร จะใช้น้ำสำหรับการเพาะปลูกประมาณ 263 ถึง 784 ลิตร ขึ้นกับพื้นที่และเทคนิคการเพาะปลูก แต่การศึกษาล่าสุดพบว่าช่วงขอบเขตกว้างกว่านั้น โดยในบางฟาร์มนั้นใช้น้ำถึง 2,100 ลิตรต่อน้ำมัน 1 ลิตร

การศึกษาทำใน 41 รัฐของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดีสำหรับพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกมากๆ เช่น Corn Belt นั้นใช้น้ำเพียง 100 ลิตรต่อน้ำมัน 1 ลิตรเท่านั้น

บ้านเราการเกษตรยังมีปัญหาเรื่องระบบชลประทานกันอยู่มาก หวังว่าจะแก้ได้ในระยะยาวกันเสียที

ที่มา - PhysOrg

ภาพชุดแรกจาก LRO ถูกส่งมาแล้ว

JuSci เคยเสนอข่าว LCROSS ที่จะถูกยิงลงไปยังดวงจันทร์เพื่อหาน้ำมาแล้ว แต่ในวันนี้ภาพจาก LRO ซึ่งเป็นตัวดาวเทียมหลักที่ส่งขึ้นไปพร้อมกับ LCROSS นั้นก็เริ่มส่งภาพความละเอียดสูงของดวงจันทร์กลับมายังโลกแล้ว

ภาพที่ส่งมานั้นเป็นการส่งภาพเพื่อปรับแต่งกล้องเท่านั้น โดยเป็นภาพช่วงรอยต่อระหว่างกลางวันและกลางคืนบนดวงจันทร์ โดยกล้องถ่ายภาพนี้เป็นอุปกรณ์ชิ้นแรกบน LRO ที่เพริ่มเปิดใช้งาน ส่วนอุปกรณ์อีกหกชิ้นนั้นจะทยอยเปิดทำงานไปเรื่อยๆ ระหว่างการทดสอบ โดยอุปกรณ์ชิ้นต่อไปที่จะเปิดใช้งานคือ Lunar Orbiter Laser Altimeter ที่ใช้สร้างแผนที่สามมิติของดวงจันทร์

ที่มา - NASA

กระทรวงมหาดไทยสหรัฐฯ เสนอสร้างโรงงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ขนาด 100GW

in

เงินในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ นั้นมีมูลค่ามหาศาล หากนำมาใช้อย่างถูกทิศทางก็น่าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ ในประเด็นนี้ทางกระทรวงมหาดไทยของสหรัฐฯ ได้ศึกษาที่ดินในความครอบครองของรัฐ เพื่อหาพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ เพื่อให้มีกำลังผลิตรวม 100GW เพียงพอที่จะจ่ายให้กับที่อยู่อาศัยร้อยละ 30 ของประเทศ

ตำแหน่งของจุดที่มีการเสนอให้ก่อสร้างถูกแบ่งออกเป็น 24 ผืน มีพื้นที่รวม 700,000 เอเคอร์หรือประมาณ 2,800 ตารางกิโลเมตร โดยตัวเลข 100GW นี้ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดนัก เนื่องจากต้องเลือกเทคโนโลยีที่จะนำมาติดตั้งอีกครั้ง แต่คาดว่าจะอยู่ในช่วง 75GW ถึง 135GW

ที่ดินที่ถูกเลือกมานั้นต้องมีลักษณะเฉพาะหลายประการ เช่น เป็นพื้นที่ราบ, ใกล้ต่อการคมนาคม, มีแสงอาทิตย์ความเข้มเฉลี่ยสูงกว่า 6.5กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อตารางเมตร เป็นต้น

ระหว่างนี้โครงการกำลังถูกศึกษาถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่โครงการที่จะใช้พื้นที่ที่ถูกเลือกแล้วนี้ก็ถูกระงับไปแล้วทั้งหมด

ที่มา - ArsTechnica

Syndicate content