เชื้อเพลิงชีวภาพ ทำให้ราคาอาหารทั่วโลกสูงขึ้นกว่า 75% ตามรายงานที่ไม่ได้รับการเปิดเผยของธนาคารโลก ข่าวดังกล่าวตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์การ์เดียน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
หนังสือพิมพ์การ์เดียนกล่าวว่า รายงานฉบับดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ เพื่อต้องการไม่ให้รัฐบาลสหรัฐเสียหน้า เนื่องจากเคยพูดไว้ว่า เชื้อเพลิงชีวภาพทำให้ราคาอาหารเพิ่มขึ้นเพียง 3%
รายงานฉบับนี้กล่าวว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของประเทศที่กำลังพัฒนา ไม่ได้เป็นการเพิ่มบริโภคพืชที่ใช้เป็นอาหารแต่อย่างใด และไม่ได้องค์ประกอบหลักในการเพิ่มของราคาอาหารด้วย นอกจากนี้ความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นในประเทศออสเตรเลีย ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรมากมายนัก
ในทางตรงข้าม สหภาพยุโรปและสหรัฐต่างหากที่เป็นปัจจัยทำให้ราคาของอาหารสูงขึ้น โดยเฉพาะสภาพยุโรป ซึ่งมีการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพสูงขึ้นกว่า 10% ในปี 2020
เฉพาะประเทศอังกฤษเพียงประเทศเดียว น้ำมันทุกชนิดที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพ มีอัตราการใช้งานสูงขึ้นกว่า 2.5% ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ รายงานฉบับนี้ยังให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า ถ้าไม่มีการเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพทั่วโลก ปริมาณข้าวโพดและข้าวสาลีที่สะสมอยู่ก็น่าจะมีเพียงพอ และราคาที่สูงขึ้นจากปัจจัยอื่นก็อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
ความต้องการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพยังบิดเบือนราคาตลาด ราคาที่สูงขึ้นของพืชพลังงาน ทำให้เกษตรกรหันมาสนใจปลูกพืชพลังงาน แทนพืชที่ใช้ในการบริโภค
แต่อย่างไรก็ตาม การแปรรูปน้ำตาลอ้อยเป็นเอทานอลของบราซิล กลับไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาอาหารมากนัก
ในรายงานยังบอกอีกว่า ค่าวัสดุเชื้อเพลิงและปุ๋ยที่เพิ่มขึ้น มีส่วนเพิ่มราคาอาหารเพียง 15% เท่านั้น ในขณะที่เชื้อเพลิงชีวภาพ มีส่วนทำให้ราคาอาหารเพิ่มกว่า 75%
ที่มา - Physorg

Post new comment