Biology

ญี่ปุ่นประกาศความสำเร็จ โคลนหนูแช่แข็งอายุ 16 ปี

นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิจัยตัวอ่อนชีวภาพแห่งเมืองโกเบได้ประกาศความสำเร็จในการโคลนหนูที่ถูกแช่แข็งไปแล้วกว่า 20 ปี

ความสำเร็จนี้เป็นการนำเอาเซลล์สมองที่ถูกแช่แข๋งในอุณภูมิติดลบ 20 องศาเซลเซียส ลบล้างความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าความเย็นจะทำลายดีเอ็นเอไปเสียจนไม่สามารถนำมาโคลนได้อีกต่อไป

ความสำเร็จนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของความพยายามในการโคลนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่สูญพันธุ์ไปแล้วแต่ยังมีตัวอย่างเซลล์ที่ถูกแช่แข็งไว้เป็นอย่างดีเช่นช้างแมมมอธที่สูญพันธุ์ไปแล้วนับหมื่นปี อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยระบุว่าความยากในการโคลนสัตว์สูญพันธุ์เช่นนั้นคือการหาเซลล์ไข่เพื่อรับดีเอ็นเอ

ถ้าไม่ดูแลโลก ยังไงก็เอากลับมาไม่ได้ว่าอย่างนั้น

ที่มา - BBC

ต้นไม้ก็เลือกคู่เหมือนกัน

การปฏิสนธิของต้นไม้นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแค่ปัจจัยภายนอกเช่น ลม หรือ แมลง เมื่อนักวิจัยได้ค้นพบว่าเกสรตัวเมียนั้นเลือกที่จะปฏิสนธิกับเกสรตัวผู้บางตัวเท่านั้น โดยก่อนการปฏิสนธินั้น จะมีการสื่อสารกันของโปรตีนบนเกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมีย ถ้าหากไม่ถูกใจกัน ก็จะไม่เกิดการปฏิสนธิเกิดขึ้น

ความเข้าใจในการการปฏิสนธิในระดับโมเลกุลนี้ จะนำไปสู่การปรับปรุงวิธีการเพาะพันธุ์ต้นไม้ข้ามสายพันธุ์ได้

ที่มา - ScienceDaily

รายงานพบฟอสซิลแมลงเก่าแก่ที่สุดในโลก อายุ 300 ล้านปี

Richard Knecht และ Jake Benner จากมหาวิทยาลัย Tuft ได้รายงานถึงการค้นพบฟอสซิลแมลงที่ขุดจากหลังห้างสรรพสินค้าให้เมือง North Attleboro รัฐแมสซาชูเซตส์ หลังจากการตรวจสอบอายุแล้วพบว่ามีฟอสซิลมีอายุถึงสามร้อยล้านปี เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมา

การค้นพบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการศึกษางานวิทยานิพนธ์ฉบับหนึ่งของมหาวิทยาลัย Brown ที่เขียนไว้ตั้งแต่ปี 1929 ถึงการพบซากสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำในบริเวณเดียวกัน เมื่อสองนักวิจัยได้ตามรอยการค้นพบนั้นแล้วขุดลงไปจึงพบศฟอสซิลดังกล่าว

ไปขุดวิทยานิพนธ์เก่าๆ มาอ่านกันมั่งดีม่ะ

ที่มา - ArsTechnica

นักวิทยาศาสตร์ยืนยันปลาฉลามตั้งท้องโดยไม่ได้ผสมพันธุ์ครั้งที่สอง

มีรายงานระบุว่าปลาฉลามหูดำแอตแลนติก (Atlantic blacktip) ได้ให้กำเนิดลูกโดยไม่มีเพศสัมพันธ์ โดยรายงานนี้ได้รับการตรวจสอบจากดีเอ็นเอเรียบร้อยแล้ว โดยแม่ฉลามตัวนี้ชื่อ ทิดบิต (Tidbit)

รายงานนี้เกิดขึ้นหลังการตายของแม่ปลาเมื่อ 16 เดือนก่อน เนื่องจากความเครียดจากการตั้งท้อง ระหว่างการชันสูตรทีมงานจึงพบว่าทิดบิตได้ตั้งท้อง โดยช่วงแรกยังสันนิษฐานว่าอาจมีการผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์กับฉลามพันธุ์อื่นในตู้ เนื่องจากไม่มีฉลามเพศผู้สายพันธุ์เดียวกันในตู้เลย แต่จากการตรวจสอบดีเอ็นเอก็แน่ใจได้ว่าลูกฉลามที่เกิดขึ้นได้รับดีเอ็นเอจากแม่เท่านั้น

ก่อนหน้านี้มีรายงานแบบเดียวกันแต่เป็นฉลามหัวฆ้อนมาก่อนแล้ว

ลูกฉลามที่ทิดบิตคลอดออกมาถูกฉลามตัวอื่นในตู้กินหลังคลอดไปไม่นานนัก เจ้าหน้าที่ต้องนำซากที่เก็บได้จากตู้เพื่อมาตรวจสอบดีเอ็นเอ

ที่มา - PhysOrg

พบอิกัวน่าพันธุ์ใหม่บริเวณหมู่เกาะฟิจิ

มีรายงานการค้นพบอิกัวน่าสายพันธุ์ Brachylophus bulabula บริเวณหมู่เกาะฟิจิ ทำให้ฟิจิในตอนนี้มีสามสายพันธุ์ด้วยกัน ที่น่าเสียใจสักหน่อยคือทั้งสามสายพันธุ์นั้นล้วนอยู่ในภาวะอันตรายทั้งสิ้น หลังจากที่มนุษย์เข้าไปอาศัยในหมู่เกาะนี้เมื่อสามพันปีก่อน

ที่น่าสนใจคือญาติที่ใกล้กับอิกัวน่าของหมู่เกาะฟิจินั้นอาศัยอยู่บริเวณอเมริกาใต้ ห่างออกไป 8,000 กิโลเมตรโดยยังไม่มีใครรู้ว่ามันเดินทางข้ามทวีปมาได้อย่างไร

ที่มา - PhysOrg

โปรตีน สามารถควบคุมการเคลื่อนที่ได้

นักชีวเคมีโดยส่วนมาก มีความเชื่อกันว่า การเคลื่อนที่ของโปรตีนเป็นไปแบบสุ่ม เราไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนที่ของมันได้

แต่ Robert Jernigan นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยไอโอว่าสเตท ได้แสดงผลการศึกษาที่ทำมาเป็นเวลากว่า 10 ปี พบว่า โปรตีนไม่เพียงแต่สามารถควบคุมการเคลื่อนที่ได้ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของความสามารถของมันเอง

นักวิจัยได้ใช้โปรตีนของเชื้อไวรัส HIV เป็นตัวอย่างในการศึกษา โดยสร้างแบบจำลองอย่างง่ายขึ้นมา และทดสอบว่ามันเคลื่อนตำแหน่งไปอย่างไร จากผลการทดลองจริง พบว่าความสามารถในการเคลื่อนที่ จำเป็นต่อความสามารถในการทำงาน และการเคลื่อนที่จากการทดลองจริง ก็เป็นไปตามแบบจำลองที่ทำนายไว้

นักวิจัยเชื่อว่า งานวิจัยชิ้นนี้น่าจะเป็นก้าวแรก ของการทำความเข้าใจพฤติกรรมของเซลล์และโปรตีนได้ดียิ่งขึ้น

ที่มา - EurekAlert

ของเหลือจากไบโอดีเซล กลายมาเป็นกรดไขมันเพื่อสุขภาพ

ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงในปัจจุบัน ทำให้ปริมาณการใช้ไบโอดีเซลเพื่มขึ้นไปด้วย ซึ่งในการผลิตไบโอดีเซล ทำให้กรีเซอรอลซึ่งเป็นของเหลือจากกระบวนการผลิต มีปริมาณสูงมากขึ้นไปด้วย ทำให้ราคากรีเซอรอลในท้องตลาดต่ำลง การเพิ่มขึ้นของไบโอดีเซลในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก ทำให้ตลาดไม่สามารถลองรับปริมาณกรีเซอรอลที่มีอยู่ได้ต่อไป

นักวิจัยได้คิดวิธีแก้ปัญหาดังกล่าว โดยการนำกรีเซอรอล มาใช้ในการผลิตกรดไขมัน โอเมกา 3 โดยการนำกรีเซอรอลมาใช้เป็นแหล่งคาร์บอนแก่ microalgae ซึ่งจะผลิตกรดไขมัน โอเมกา 3 ออกมา และจากความไม่บริสุทธิ์ที่ได้ของกรีเซอรอล ทำให้มันเหมาะกับการนำมาใช้เลี้ยงสาหร่าย และจากการการวิคราะห์ทางเคมี พบว่าสาหร่ายที่เลี้ยงด้วยกรีเซอรอล มีคุณภาพเดียวกับสาหร่ายที่เพาะเลี้ยงโดยทั่วไป

หลังจากที่สาหร่ายโต นักวิจัยสามารถนำไปเป็นอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นการเลียนแบบกระบวนการธรรมชาติในปลา ซึ่งเมื่อปลากินสาหร่ายเข้าไปจะเก็บองค์ประกอบ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ไว้ในตัวปลา เมื่อมนุษย์กินปลากเข้าไป จึงทำให้ได้รับกรดไขมันโอเมกา 3 ไปด้วย นำมันที่ได้จากปลามีราคาไม่แพง แต่มีรสชาติที่ไม่ถูกปากคนทั่วไป

ในตอนนี้นักวิจ้ย พยายามที่จะใช้สาหร่ายเป็นอาหารให้กับไก่ ซึ่งในขณะนี้นักวิจัย ยังไม่แน่ใจว่าคุณสมบัติของกรดไขมันโอเมกา 3 จะมีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ เมื่อเกิดกระบวนการอ็อกซิเดชัน

ที่มา - Physorg

กล้องจุลทรรศน์ขนาดเท่าหัวแม่มือ

นักวิจัยจาก California Institute of Technology ได้ทำให้ความฝันในนินายวิทยาศาสตร์กลายเป้นความจริง เมื่อสามารถพัฒนากล้องจุลทรรศน์ความละเอียดสูง โดยมีขนาดเล็กเพียงหัวแม่มือ กล้องจุลทรรศน์จิ๋วตัวนี้สามารถทำงานได้โดยไม่ใช้เลนส์ แต่ก็มีกำลังขยายเทียบเท่า กล้องจุลทรรศน์คุณภาพสูงที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ซึ่งสามารถนำไปใช้งานในภาคสนาม เช่น การวิเคราะห์ตัวอย่างเลือดของโรคมาเลเลีย โดยคาดว่าสามารถผลิตเป็นปริมาณมากด้วยราคาเพียง 10 เหรียญ

นักวิจัยกล่าวว่า หลักการพื้นฐานของกล้องจุลทรรศน์ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเลย นับตั้งแต่ยุคเริ่มแรกที่มีการสร้างกันมา ทำให้มันยากที่จะย่อส่วนกล้องจุลทรรศน์ให้เล็กลงได้ แต่กล้องจุลทรรศน์จิ๋วตัวใหม่นี้ ถูกออกแบบมาด้วยวิธีการที่แตกต่างออกไป ทำให้มันไม่ต้องใฃ้เลนส์และอุปกรณ์ทางแสงที่เทอะทะอีกต่อไป

ชั้นของโลหะจะถูกปกคลุมด้วย CCD (เป็นชนิดเดียวกับที่ใช้ในกล้องถ่ายรูปดิจิตอล) หลังจากนั้น รูที่มีขนาดเล็กเพียงหนึ่งในสิบล้านเมตร จำนวนมากจะถูกกดเข้าไปสู่ตัวโลหะ รูแต่ละรูจะทำหน้าที่รับผิดชอบแต่ละพิกเซล แต่ละช่องซึ่งมีของไหลขนาดเล็กอยู่ ซึ่งของเหลวดังกล่าวจะมีตัวอย่างอยู่จะถูกทำการวิเคราะห์ ชิปทั้งหมดจะใช้แสงสว่างจากข้างบน ซึ่งเพียงแค่แสงอาทิตย์ก็เพียงพอแล้ว

เมื่อตัวอย่างถูกใส่เข้าไป มันจะไหลด้วยแรงโน้มถ่วงหรือถูกดึงดูดโดยประจุไฟฟ้า ในแนวนอนข้ามรูจำนวนมาก ซึ่งแต่ละวัตถุจะทำให้แสงไม่สามารถผ่านไปได้ ทำให้เกิดชุดของภาพต่อเนื่องหลายภาพ ประกอบด้วยแสงและเงา ซึ่งมีหลักการเหมือนกับกล้องรูเข็ม

ในขณะนี้นักวิจัย กำลังเจรจากกับบริษัทเพื่อนำไปสู่การผลิตเป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้าหากมีราคาเหมาะสมและไม่แพงจนเกินไป ก็จะเป็นประโยชน์ต่องานจำนวนมาก เช่น งานสาธารสุขในพื้นที่ห่างไกล เป็นต้น

ที่มา - Physorg

แก้ข้อผิดพลาดของคอมพิวเตอร์ทำให้เข้าใจทฤษฏีวิวัฒนาการได้ดีขึ้น

อะไรทำให้มนุษย์เรามีความแตกต่างจากลิงชิมแปนซี ? นักวิัจัยจาก European Molecular Biology Laboratory's European Bioinformatics Institute (EMBL-EBI) ได้เข้าใกล้คำตอบดังกล่าวมากยิ่งขึ้น หลังจากที่มีการค้นพบข้อผิดพลาด ของเครื่องมือที่ใช้ในการเปรียบเทียบลำดับของรหัสพันธุกรรม เพื่อหาความสัมพันธุ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกัน และได้พัฒนาเครื่องมือตัวใหม่ ซึ่งแก้ไขข้อผิดพลาด และเพิ่มความเข้าใจในทฤษฏีวิวัฒนาการมากยิ่งขึ้น

เนื่องจากการวิวัฒนาการเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถศึกษาโดยการสังเกตได้โดยตรง และก็เป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ต้องเรียนรู้กลไกการวิวัฒนาการ และความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด โดยอาศัยการการเปรียบเทียบรหัสพันธุกรรม

การเปลี่ยนของรหัสพันธุกรรมเพียงไม่กี่ตัว ก็สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ ไปจนถึงรุ่นลูกหลานได้ รหัสพันธุกรรมสามารถถูกแทนที่, สูญหาย, หรือถูกเพิ่มลงไป ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ทำให้โครงสร้างและการทำงาน ของยีนและโปรตีนเปลี่ยนแปลงไป และก่อให้เกิดสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ๆ ขึ้นมาบนโลก การเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เป็นการเปิดเผยความเข้าใจในวิวัฒนาการ

การเปรียบเทียบหลายลำดับ เริ่มต้นโดยการเรียงตำแหน่งของลำดับพันธุกรรม ลำดับของรหัสพันธุกรรมที่มีบรรพบุรุษร่วมกัน จะมีตัวอักษรเหมือนกัน ในขณะที่ลำดับที่มีการเพิ่มหรือสูญหาย จะถูกทำเครื่องหมายเป็นช่องว่าง กระบวนการเปรียบเทียบจะใช้พลังในการคำนวนสูงมาก การเปรียบเทียบจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้น เมื่อมีลำดับพันธุกรรมที่ใช้เปรียบเทียบเกิดมีการเพิ่ม ในขณะที่ลำดับพันธุกรรมอีกอันเกิดมีการสูญหาย วิธีการแบบเดิมไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ และำนำไปสู่ข้อบกพร่องในการเข้าใจทฤษฏีวิวัฒนาการ

วิธีการแก้ปัญหาดังกล่าว นักวิจัยได้ใช้วิธีการ นำรหัสพันธุกรรมที่มีปัญหา ไปเปรียบเทียบกับสิ่งมีชีวิตที่มีรหัสพันธุกรรมใกล้เคียงกัน เช่น ถ้ากำลังเปรียบเทียบรหัสพันธุกรรมระหว่างมนุษย์กับลิงชิมแปนซีอยู่ แล้วเจอลำดับที่ไม่สามารถตัดสินได้ว่ามีการเพิ่มหรือสูญหาย เครื่องมือที่ได้รับการพัฒนามาใหม่ ก็จะไปเรียกข้อมูลที่เหมือนกันของสิ่งมีชีวิตที่ใกล้เคียงที่สุด เช่น กอริลลาหรือค่าง ถ้าเกิดมีช่องว่างเหมือนกับลิงชิมแพนซี ก็แสดงว่ารหัสพันธุกรรมของมนุษย์มีการเพิ่มขึ้นมา

ผลจากวิธีการใหม่ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทราบว่า การเพิมของรหัสพันธุกรรมมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่าที่เคยคิดไว้ ในขณะที่การสูญหายของรหัสพันธุกรรมก็มีค่ามากเกินไปจากวิธีแบบเก่า

ที่มา - EurekAlert

สารตั้งต้นของสิ่งมีชีวิตอาจมาจากอวกาศ

นักวิทยาศาสตร์ได้ยืนยันเป็นครั้งแรก ว่าสารพันธุกรรมตั้งต้นของสิ่งมีชีวิต ซึ่งพบอยู่ในชิ้นส่วนของอุกาบาต มาจากนอกโลก การค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่าโมเลกุลของดีเอ็นเอและอาเอ็นเอ เริ่มต้นมาจากดาวดวงอื่น การค้นพบครั้งนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Earth and Planetary Science Letters

นักวิจัยทั้งจากยุโรปและสหรัฐ ต่างมีหลักฐานในการสนับสนุนงานวิจัยชิ้นนี้ โดยเฉพาะโมเลกุลของ ยูเรซิล (Uracil) และแซนทิน (Xanthine) ซึ่งทั้งคู่ต่างเป็นโมเลกุลตั้งต้น ในการสร้างดีเอ็นเอและอาเอ็นเอ หรือที่รู้จักกันในชื่อ นิวคลีโอเบส (Nucleobases) โดยที่ทั้ืงสองโมเลกุล ถูกค้นพบในขิ้นส่วนของอุกาบาตที่ชื่อ Murchison ซึ่งตกที่ออสเตรเลียเมื่อปี 1969

จากการทดสอบ นักวิทยาศาสตร์พบโมเลกุลของคาร์บอนหนัก ซึ่งจะพบได้เฉพาะในอวกาศเท่านั้น ซึ่งต่างจากบนโลกที่จะมีเพียงคาร์บอนขนาดเบาเท่านั้น

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล (Imperial College) ได้รายงานว่า ยังมีหลักฐานอื่นๆ ที่สามารถอธิบายการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ในระยะเริ่มต้นได้ โดยในช่วง 3.8 ถึง 4.5 พันล้านปีที่แล้ว เป็นช่วงที่มีอุกาบาตตกลงมาบนโลกมาก ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับสิ่งมีชีวิตเริ่มต้นขึ้นบนโลก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า สิ่งมีชีวิตในระยะแรก สามารถรับนิวคลีโอเบสจากอุกาบาต มาใช้เป็นรหัสพันธุกรรม และส่งผ่านความสามารถต่างๆ ไปยังรุ่นถัดไปได้

งานวิจัยชิ้นนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญ ในการนำไปสู่ความเข้าใจการเกิดขึ้นของสิ่งมีชีวิต

ข้อมูลเพิ่มเติม ยูเรซิน, แซนทิน

ที่มา - Physorg

Syndicate content