Environment

นักวิจัยญี่ปุุ่นเสนอทางแก้โลกร้อนด้วยการสร้างก๊าซธรรมชาติ

ก๊าซธรรมชาติที่เราใช้กันอย่างหนักทุกวันนี้ เป็นผลจากการทำงานของแบคทีเรียที่แปลงเอาคาร์บอนไดออกไซด์นับพันล้านปีก่อนไปเก็บไว้ใต้ผิวโลก ขณะที่เราขุดก๊าซเหล่านี้ขึ้นมาใช้งานอย่างหนักเพิ่มคาร์บอนให้บรรยากาศนักวิจัยชาวญี่ปุ่นได้เสนอการเร่งกระบวนการสร้างก๊าซธรรมชาติขึ้นใหม่

นาย Fumio Inagaki หัวหน้าทีมวิจัยได้รายงานยืนยันว่าทีมงานของตนได้พบแบคทีเรียที่ทำหน้าที่แปลงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปเป็นมีเธนแล้ว อย่างไรก็ตามในสภาวะตามธรรมชาติกระบวนการนี้ใช้เวลานับพันล้านปี

ทีมงานวิจัยเชื่อว่าภายใน 5 ปีจะสามารถเสนอแนวทางการเร่งการทำงานของแบคทีเรีย ให้สามารถแปลงก๊าซได้ในเวลาระดับร้อยปีเท่านั้น

ที่น่าสงสัยคือถ้ามันแปลงได้เร็วขนาดนั้นมันจะไม่ทันได้เก็บใต้โลกแต่จะเอามาเติมรถกันจนหมดเสียก่อน

ที่มา - PhysOrg

ท่อน้ำมันทางเหนือของจีนแตก, น้ำมัน 150,000 ลิตรกำลังมุ่งสู่แม่น้ำฮวงโห

สำนักข่าวซินหัวของจีนได้รายงานในวันนี้ถึงเหตุการณ์ท่อน้ำมันของบริษัท China National Petroleum Corporation (CNPC) ได้แตกลงทำให้เกิดน้ำมันรั่วลงสู่แม้น้ำเหนือจากแม่น้ำฮวงโหขึ้นไป 70 กิโลเมตร ส่วนสาเหตุของการรั่วนี้เกิดจากโครงการก่อสร้างท้องถิ่น

การรั่วนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา และรายงานล่าสุดยืนยันว่าน้ำมันได้เดินทางลงมาเป็นระยะทาง 33 กิโลเมตรนับจากจุดที่รั่วแล้ว

ปัญหาระยะสั้นที่สุดของเหตุการณ์นี้คือน้ำดื่มของประชาชนจำนวนมาก โดยรัฐบาลท้องถิ่นได้เริ่มประกาศห้ามใช้น้ำจากแม่น้ำแล้ว

ที่มา - PhysOrg

จอร์จ โซรอส ประกาศลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ในพลังงานสะอาด

จอร์จ โซรอส ราชาการเงินโลกผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าถล่มค่าเงินบาทไทยในปี 2540 จนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ (ก่อนกรณีของเมืองไทย เขาเคยถล่มค่าเงินปอนด์มาก่อนแล้ว) ในอีกด้านเขาลงเงินจำนวนมหาศาลในมูลนิธิการกุศลและ NGO ต่างๆ ล่าสุดโซรอสประกาศลงทุนในสาขาที่กำลังฮิตคือ "พลังงานสะอาด" คิดเป็นจำนวนเงินทั้งหมด 1 พันล้านดอลลาร์

นอกจากนี้เขายังจ่ายอีก 100 ล้านดอลลาร์ตั้งมูลนิธิ Climate Policy Initiative เพื่อเคลื่อนไหวด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาเขาได้ลงทุนในบริษัท Powerspan Corp ซึ่งเชี่ยวชาญการกักเก็บคาร์บอนจากถ่านหิน

เขายังเน้นว่าทิศทางการลงทุนของเขาจะเป็น "การเก็บภาษีคาร์บอน" (carbon tax) แทน "คาร์บอนเครดิต" (carbon credit) เนื่องจากประสบการณ์การเก็งกำไรของเขาบอกว่าตลาดคาร์บอนเครดิตนั้นถูกนักลงทุนปั่นได้ง่ายกว่า

ยอดเงินลงทุนด้านพลังงานสะอาดของทั้งโลก ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2009 รวมกันเป็นมูลค่า 25.9 พันล้านดอลลาร์ เรียกได้ง่ายๆ ว่านักลงทุนทั้งโลกเริ่มขยับมาสนใจตลาดนี้กันแล้ว

ที่มา - BusinessWeek

เมื่อน้ำเป็นปัญหาใหม่ของพลังงานชีวภาพ

พลังงานชีวภาพเป็นแนวทางหนึ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างสูงในช่วงหลายปีมานี้ เนื่องจากสามารถนำมาใช้กับเครื่องยนต์ที่มีอยู่ในท้องถนนได้ทันที แม้จะมีผลเสียในภาพรวมต่อภาวะโลกร้อนก็ตาม การศึกษาล่าสุดยังพบปัญหาอีกประการของการใช้น้ำที่มากจนน่าตกใจในบางครั้ง

ประเด็นการใช้น้ำที่สูงเป็นเรื่องที่ได้รับการศึกษามาแล้วก่อนหน้านี้ โดยรายงานเดิมนั้นมีการศึกษาว่าน้ำมันชีวภาพ 1 ลิตร จะใช้น้ำสำหรับการเพาะปลูกประมาณ 263 ถึง 784 ลิตร ขึ้นกับพื้นที่และเทคนิคการเพาะปลูก แต่การศึกษาล่าสุดพบว่าช่วงขอบเขตกว้างกว่านั้น โดยในบางฟาร์มนั้นใช้น้ำถึง 2,100 ลิตรต่อน้ำมัน 1 ลิตร

การศึกษาทำใน 41 รัฐของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดีสำหรับพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกมากๆ เช่น Corn Belt นั้นใช้น้ำเพียง 100 ลิตรต่อน้ำมัน 1 ลิตรเท่านั้น

บ้านเราการเกษตรยังมีปัญหาเรื่องระบบชลประทานกันอยู่มาก หวังว่าจะแก้ได้ในระยะยาวกันเสียที

ที่มา - PhysOrg

โลกร้อนทำให้แกะตัวเล็กลง

ผลกระทบของโลกร้อนนั้นมีด้วยกันหลายส่วนจนมีให้เราอ่านกันไม่รู้จบ แต่ผลกระทบล่าสุดนั้นออกจะแปลกๆ เสียหน่อย เมื่อนักวิจัยพบว่าแกะในสกอตแลนด์นั้นมีขนาดเล็กลงเนื่องจากโลกร้อน

งานวิจัยนี้รวบรวมสถิติขนาดแกะในช่วง 24 ปีที่ผ่านมา พบว่าแกะมีขนาดลดลงอย่างต่อเนื่องมาร้อยละ 5

ความเกี่ยวเนื่องจากภาวะโลกร้อนที่พบคือการที่ฤดูหนาวนั้นสั้นลง ทำให้แกะตัวเล็กซึ่งมักตายระหว่างนั้นสามารถอยู่รอดได้มากขึ้นเรื่อยๆ

แม้จะเป็นผลกระทบที่ค่อนข้างแน่ชัด แต่ดูเหมือนว่าผลกระทบอย่างนี้จะไม่น่าตื่นเต้นเท่าน้ำท่วมโลก หรือหายนะอื่นๆ เท่าใหร่นัก

ที่มา - Christian Science Monitor

ซูชิกำลังหมดโลก, ญี่ปุ่นเตรียมเพาะพันธุ์ "ซุปเปอร์ทูน่า"

จำนวนปลาทูน่าทั่วโลกกำลังลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีมานี้เนื่องจากการล่าของมนุษย์ ญี่ปุ่นซึ่งดูจะเป็นชาติที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็มีการประกาศถึงความคืบหน้าในงานวิจัยการจัดลำดับพันธุกรรมของปลาทูน่าว่าได้ก้าวหน้าไปถึงร้อยละ 60 แล้ว และคาดว่าจะเสร็จสิ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

หลังจากการจัดลำดับพันธุกรรมแล้ว ก้าวต่อไปของงานวิจัยนี้คือการสร้างพันธุ์ปลาที่ทนทานต่อโรค และที่สำคัญคือเหมาะต่อการเลี้ยงในฟาร์ม เพื่อทดแทนการล่าจากมหาสมุทร

หนึ่งในปลาที่กำลังอยู่ในภาวะอันตรายนั้นคือ ปลาทูน่าครีบน้ำเงินที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร์แอตแลนติก โดยบางแหล่งนั้นปริมาณได้ลดลงไปแล้วกว่าร้อยละ 90 และคาดว่าอาจจะหมดไปจากธรรมชาติได้ในสามปีหากยังไม่มีการอนุรักษณ์อย่างเต็มรูปแบบ

ที่มา - Telegraph

หมู่เกาะหนูในอลาสก้าประสบความสำเร็จเบื้องต้นในการกำจัดหนู

เกาะหนูในอลาสก้า (Wikimapia) นั้นเป็นเกาะที่เพิ่งมีหนูเข้าไปในเกาะเมื่อปี 1780 หรือ 229 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น โดยหนูได้เดินทางมาถึงเกาะนี้ครั้งแรกจากการที่เรือของญี่ปุ่นมาล่มบริเวณนี้

ปัญหาสำคัญคือเกาะนี้เคยเป็นแหล่งอาศัยสำคัญของนกทะเลจำนวนมากที่ทำรังอยู่บนพื้นดิน และไม่มีความสามารถในการป้องกันตัวใดๆ จากหนู นับแต่หนูเข้ามาในเกาะนี้ก็ทำให้ประชากรนกลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ทางสหรัฐฯ วางแผนจะขจัดหนูออกจากเกาะนี้มาหลายปีแล้ว และเมื่อช่วงหน้าฝนที่ผ่านมาก็เริ่มมีการโปรยสารเคมีเพื่อกำจัดหนูทั่วบริเวณ 10,000 ตารางไมล์ รวมค่าใช้จ่ายกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์

ขณะนี้เองยังไม่พบว่ามีหนูบนเกาะหลงเหลืออีกต่อไป โดยโครงการนี้จะรวมไปถึงการเฝ้าระวังไปอีกเป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อยืนยันว่าไม่มีหนูเหลืออยู่จริงๆ อย่างไรก็ตาม นกจำนวนหนึ่งที่เคยอาศัยเกาะนี้เป็นที่ทำรังก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง

ที่มา - Reuters

รวมวิดีโอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิศาสตร์โลก

หลายคนอาจเคยเห็นวิดีโอที่เกิดจากการนำภาพถ่ายทางอากาศของสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ในแต่ละช่วงเวลามาเรียงต่อกันให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้นในพื้นที่นั้นๆ คราวนี้ Wired รวมเอาวิดีโอที่น่าสนใจมาให้ดู 5 ชิ้น

การพัฒนาพื้นที่ริมทะเลของดูไบ (เกาะต้นปาล์มถ้าใครนึกออก)

สหรัฐตัดสินใจรับ CO2 เป็น "ก๊าซมลภาวะ"

ก่อนหน้านี้ในสมัยรัฐบาลบุช หน่วยงาน Environmental Protection Agency (EPA) ของรัฐบาลสหรัฐบอกว่าไม่สามารถสั่งควบคุม CO2 ได้ เพราะไม่ถือว่ามันเป็นมลภาวะ

เวลาเปลี่ยน ใจคนก็เปลี่ยนตาม ในรัฐบาลโอบามา EPA ได้อ้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม และตัดสินใจว่า CO2 นั้นมีผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน ซึ่งส่งผลต่อเนื่องให้เกิดภัยธรรมชาติ, ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น, และผลกระทบต่อสัตว์และการเกษตร ทั้งหมดนี้เป็น "ภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐ"

การเปลี่ยนใจของ EPA เกิดจากคำสั่งของศาลฎีกาสหรัฐเมื่อปี 2007 ให้องค์กรทบทวนวิธีการตัดสินใจเรื่องปัจจัยของภาวะโลกร้อนเสียใหม่

ดังนั้น ทาง EPA จึงมีสิทธิ์จะสั่งควบคุมการปล่อยก๊าซ CO2 ได้ในบางกรณีแล้ว (หลังจากที่สหรัฐเป็นผู้ปล่อย CO2 และก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่มานาน) และการควบคุมเต็มรูปแบบจะตามมาในกฎหมายฉบับใหม่ที่กำลังรอการพิจารณาของสภาคองเกรส ซึ่งต้องใช้เวลาอีกสักระยะ

รัฐแคลิฟอร์เนียได้เริ่มต้นแคมเปญจำกัดการปล่อยก๊าซแล้ว (หลังจาก EPA อนุญาต) และมีข่าวว่ารัฐอื่นๆ อย่างน้อย 15 รัฐกำลังจะทำตามแคลิฟอร์เนีย

ที่มา - BBC

รัฐแคลิฟอร์เนียเตรียมห้ามใช้รถสีดำ

ปัญหาโลกร้อนนั้นยังมีผลอย่างต่อเนื่องในทุกวันนี้ และอีกประเด็นหนึ่งที่เริ่มตระหนักกันมากขึ้นเรื่อยๆ คือเรื่องของ "สี" ของบ้านและสิ่งของต่างๆ ที่ดูดความร้อนเท่ากัน ทำให้ต้องใช้พลังงานไม่เท่ากันตามไปด้วย

รัฐแคลิฟอร์เนียจึงมีการเสนอร่างกฏหมายที่จะบังคับให้รถทุกคันต้องมีอัตราการสะท้อนแสงอย่างน้อยร้อยละ 20 ทำให้โทนสีเข้มทั้งหมดจะถูกห้ามด้วยกฏหมายนี้ไปโดยอัตโนมัติ และแน่นอนว่ารวมถึงสีดำด้วย

นอกจากเรื่องสีแล้ว กฏหมายฉบับนี้ยังมีประเด็นเรื่องอื่นๆ เช่นฟิล์มกรองแสง โดยภาพรวมแล้วเป็นการเสนอให้รถต้องทนกับอากาศร้อนได้ดีโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากเกินไป

กฏหมายฉบับนี้ยังเป็นแค่ร่างและต้องผ่านกระบวนการอีกเยอะ แต่ถ้าใครอยากอ่านข้อเสนอของกฏหมายนี้ก็มีให้โหลดเป็น PDF

ที่มา - Auto Blog

Syndicate content