Environment

เมือง Cleveland เตรียมติด RFID ให้ถังขยะเพื่อตรวจสอบการทิ้งขยะผิดประเภท

แม้หลายประเทศจะมีการแยกขยะเพื่อจะนำขยะที่รีไซเคิลได้กลับมาใช้ใหม่ แต่ทุกประเทศก็มีปัญหาเหมือนๆ กันคือคนทิ้งขยะนั้นไม่รักษาวินัยในการแยกขยะให้ถูกต้อง แต่เมือง Cleveland ก็ได้เลือกที่จะใช้ RFID เข้ามาตรวจสอบว่าถังขยะถังใดทิ้งอย่างไม่ถูกต้องเพื่อเปรียบเทียบปรับต่อไป

ถังขยะที่มีบ้านเป็นผู้รับผิดชอบจะถูกบันทึกข้อมูลการทิ้งขยะไว้ด้วยรถเก็บขยะอัตโนมัติ หากถังขยะถังใดมีขยะทีรีไซเคิลได้เกินร้อยละ 10 เจ้าของบ้านผู้รับผิดชอบจะถูกปรับ 100 ดอลลาร์

นอกจากการแยกขยะแล้วยังมีเรื่องของปริมาณขยะ ที่บ้านที่มีขยะมากเกินกำหนดจะถูกปรับเช่นกัน

ทางเมืองจะค่อยๆ ติดตั้ง RFID ในถังขยะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปีละ 25,000 หลังคาเรือนเพื่อให้ครอบคลุมบ้านทั้งหมด 150,00 หลัง พร้อมกับเพิ่มจำนวนรถขยะอัตโนมัติที่มีอยู่แล้ว 3 คัน

ที่มา - Cleveland.com

เครือ Marriott จะสร้าง "ต้นแบบโรงแรมรักษาสิ่งแวดล้อม"

เครือโรงแรมรายใหญ่ Marriott ประกาศจะสร้าง "ต้นแบบ" (prototype) ของโรงแรมที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบสุดๆ ตามมาตรฐาน LEED

LEED ย่อมาจาก Leadership in Energy and Environmental Design (Wikipedia) เป็นมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่ออกโดยกลุ่มสถาปัตยกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของสหรัฐ โดยมาตรฐานนี้จะคำนึงถึงปริมาณการปล่อยก๊าซสู่ชั้นบรรยากาศ, ปริมาณขยะที่เกิดจากสิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น

Marriott ใช้วิธีการพัฒนาดีไซน์ต้นแบบของโรงแรมสุดกรีนแห่งนี้ ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการสร้างโรงแรมจริงๆ ลดลงไป 6 เดือน, ลดค่าใช้จ่ายลง 1 แสนดอลลาร์ต่อแห่ง, ลดการใช้น้ำไฟระหว่างก่อสร้างลง 25% โดยโรงแรม Courtyard Charleston/Summerville ในรัฐนอร์ธแคโลไรนา จะเป็นโรงแรมแห่งแรกที่ใช้กระบวนการสร้างตามต้นแบบนี้

ปัจจุบัน Marriott มีโรงแรม (ที่ไม่ได้ใช้การสร้างตามต้นแบบ) ที่ผ่านมาตรฐาน LEED อยู่ประมาณ 50 แห่ง ถ้านับทุกโรงแรมในสหรัฐมี 937 แห่งครับ

ที่มา - TechCrunch

นักวิจัยญี่ปุุ่นเสนอทางแก้โลกร้อนด้วยการสร้างก๊าซธรรมชาติ

ก๊าซธรรมชาติที่เราใช้กันอย่างหนักทุกวันนี้ เป็นผลจากการทำงานของแบคทีเรียที่แปลงเอาคาร์บอนไดออกไซด์นับพันล้านปีก่อนไปเก็บไว้ใต้ผิวโลก ขณะที่เราขุดก๊าซเหล่านี้ขึ้นมาใช้งานอย่างหนักเพิ่มคาร์บอนให้บรรยากาศนักวิจัยชาวญี่ปุ่นได้เสนอการเร่งกระบวนการสร้างก๊าซธรรมชาติขึ้นใหม่

นาย Fumio Inagaki หัวหน้าทีมวิจัยได้รายงานยืนยันว่าทีมงานของตนได้พบแบคทีเรียที่ทำหน้าที่แปลงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปเป็นมีเธนแล้ว อย่างไรก็ตามในสภาวะตามธรรมชาติกระบวนการนี้ใช้เวลานับพันล้านปี

ทีมงานวิจัยเชื่อว่าภายใน 5 ปีจะสามารถเสนอแนวทางการเร่งการทำงานของแบคทีเรีย ให้สามารถแปลงก๊าซได้ในเวลาระดับร้อยปีเท่านั้น

ที่น่าสงสัยคือถ้ามันแปลงได้เร็วขนาดนั้นมันจะไม่ทันได้เก็บใต้โลกแต่จะเอามาเติมรถกันจนหมดเสียก่อน

ที่มา - PhysOrg

ท่อน้ำมันทางเหนือของจีนแตก, น้ำมัน 150,000 ลิตรกำลังมุ่งสู่แม่น้ำฮวงโห

สำนักข่าวซินหัวของจีนได้รายงานในวันนี้ถึงเหตุการณ์ท่อน้ำมันของบริษัท China National Petroleum Corporation (CNPC) ได้แตกลงทำให้เกิดน้ำมันรั่วลงสู่แม้น้ำเหนือจากแม่น้ำฮวงโหขึ้นไป 70 กิโลเมตร ส่วนสาเหตุของการรั่วนี้เกิดจากโครงการก่อสร้างท้องถิ่น

การรั่วนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา และรายงานล่าสุดยืนยันว่าน้ำมันได้เดินทางลงมาเป็นระยะทาง 33 กิโลเมตรนับจากจุดที่รั่วแล้ว

ปัญหาระยะสั้นที่สุดของเหตุการณ์นี้คือน้ำดื่มของประชาชนจำนวนมาก โดยรัฐบาลท้องถิ่นได้เริ่มประกาศห้ามใช้น้ำจากแม่น้ำแล้ว

ที่มา - PhysOrg

จอร์จ โซรอส ประกาศลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ในพลังงานสะอาด

จอร์จ โซรอส ราชาการเงินโลกผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าถล่มค่าเงินบาทไทยในปี 2540 จนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ (ก่อนกรณีของเมืองไทย เขาเคยถล่มค่าเงินปอนด์มาก่อนแล้ว) ในอีกด้านเขาลงเงินจำนวนมหาศาลในมูลนิธิการกุศลและ NGO ต่างๆ ล่าสุดโซรอสประกาศลงทุนในสาขาที่กำลังฮิตคือ "พลังงานสะอาด" คิดเป็นจำนวนเงินทั้งหมด 1 พันล้านดอลลาร์

นอกจากนี้เขายังจ่ายอีก 100 ล้านดอลลาร์ตั้งมูลนิธิ Climate Policy Initiative เพื่อเคลื่อนไหวด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาเขาได้ลงทุนในบริษัท Powerspan Corp ซึ่งเชี่ยวชาญการกักเก็บคาร์บอนจากถ่านหิน

เขายังเน้นว่าทิศทางการลงทุนของเขาจะเป็น "การเก็บภาษีคาร์บอน" (carbon tax) แทน "คาร์บอนเครดิต" (carbon credit) เนื่องจากประสบการณ์การเก็งกำไรของเขาบอกว่าตลาดคาร์บอนเครดิตนั้นถูกนักลงทุนปั่นได้ง่ายกว่า

ยอดเงินลงทุนด้านพลังงานสะอาดของทั้งโลก ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2009 รวมกันเป็นมูลค่า 25.9 พันล้านดอลลาร์ เรียกได้ง่ายๆ ว่านักลงทุนทั้งโลกเริ่มขยับมาสนใจตลาดนี้กันแล้ว

ที่มา - BusinessWeek

เมื่อน้ำเป็นปัญหาใหม่ของพลังงานชีวภาพ

พลังงานชีวภาพเป็นแนวทางหนึ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างสูงในช่วงหลายปีมานี้ เนื่องจากสามารถนำมาใช้กับเครื่องยนต์ที่มีอยู่ในท้องถนนได้ทันที แม้จะมีผลเสียในภาพรวมต่อภาวะโลกร้อนก็ตาม การศึกษาล่าสุดยังพบปัญหาอีกประการของการใช้น้ำที่มากจนน่าตกใจในบางครั้ง

ประเด็นการใช้น้ำที่สูงเป็นเรื่องที่ได้รับการศึกษามาแล้วก่อนหน้านี้ โดยรายงานเดิมนั้นมีการศึกษาว่าน้ำมันชีวภาพ 1 ลิตร จะใช้น้ำสำหรับการเพาะปลูกประมาณ 263 ถึง 784 ลิตร ขึ้นกับพื้นที่และเทคนิคการเพาะปลูก แต่การศึกษาล่าสุดพบว่าช่วงขอบเขตกว้างกว่านั้น โดยในบางฟาร์มนั้นใช้น้ำถึง 2,100 ลิตรต่อน้ำมัน 1 ลิตร

การศึกษาทำใน 41 รัฐของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดีสำหรับพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกมากๆ เช่น Corn Belt นั้นใช้น้ำเพียง 100 ลิตรต่อน้ำมัน 1 ลิตรเท่านั้น

บ้านเราการเกษตรยังมีปัญหาเรื่องระบบชลประทานกันอยู่มาก หวังว่าจะแก้ได้ในระยะยาวกันเสียที

ที่มา - PhysOrg

โลกร้อนทำให้แกะตัวเล็กลง

ผลกระทบของโลกร้อนนั้นมีด้วยกันหลายส่วนจนมีให้เราอ่านกันไม่รู้จบ แต่ผลกระทบล่าสุดนั้นออกจะแปลกๆ เสียหน่อย เมื่อนักวิจัยพบว่าแกะในสกอตแลนด์นั้นมีขนาดเล็กลงเนื่องจากโลกร้อน

งานวิจัยนี้รวบรวมสถิติขนาดแกะในช่วง 24 ปีที่ผ่านมา พบว่าแกะมีขนาดลดลงอย่างต่อเนื่องมาร้อยละ 5

ความเกี่ยวเนื่องจากภาวะโลกร้อนที่พบคือการที่ฤดูหนาวนั้นสั้นลง ทำให้แกะตัวเล็กซึ่งมักตายระหว่างนั้นสามารถอยู่รอดได้มากขึ้นเรื่อยๆ

แม้จะเป็นผลกระทบที่ค่อนข้างแน่ชัด แต่ดูเหมือนว่าผลกระทบอย่างนี้จะไม่น่าตื่นเต้นเท่าน้ำท่วมโลก หรือหายนะอื่นๆ เท่าใหร่นัก

ที่มา - Christian Science Monitor

ซูชิกำลังหมดโลก, ญี่ปุ่นเตรียมเพาะพันธุ์ "ซุปเปอร์ทูน่า"

จำนวนปลาทูน่าทั่วโลกกำลังลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีมานี้เนื่องจากการล่าของมนุษย์ ญี่ปุ่นซึ่งดูจะเป็นชาติที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็มีการประกาศถึงความคืบหน้าในงานวิจัยการจัดลำดับพันธุกรรมของปลาทูน่าว่าได้ก้าวหน้าไปถึงร้อยละ 60 แล้ว และคาดว่าจะเสร็จสิ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

หลังจากการจัดลำดับพันธุกรรมแล้ว ก้าวต่อไปของงานวิจัยนี้คือการสร้างพันธุ์ปลาที่ทนทานต่อโรค และที่สำคัญคือเหมาะต่อการเลี้ยงในฟาร์ม เพื่อทดแทนการล่าจากมหาสมุทร

หนึ่งในปลาที่กำลังอยู่ในภาวะอันตรายนั้นคือ ปลาทูน่าครีบน้ำเงินที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร์แอตแลนติก โดยบางแหล่งนั้นปริมาณได้ลดลงไปแล้วกว่าร้อยละ 90 และคาดว่าอาจจะหมดไปจากธรรมชาติได้ในสามปีหากยังไม่มีการอนุรักษณ์อย่างเต็มรูปแบบ

ที่มา - Telegraph

หมู่เกาะหนูในอลาสก้าประสบความสำเร็จเบื้องต้นในการกำจัดหนู

เกาะหนูในอลาสก้า (Wikimapia) นั้นเป็นเกาะที่เพิ่งมีหนูเข้าไปในเกาะเมื่อปี 1780 หรือ 229 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น โดยหนูได้เดินทางมาถึงเกาะนี้ครั้งแรกจากการที่เรือของญี่ปุ่นมาล่มบริเวณนี้

ปัญหาสำคัญคือเกาะนี้เคยเป็นแหล่งอาศัยสำคัญของนกทะเลจำนวนมากที่ทำรังอยู่บนพื้นดิน และไม่มีความสามารถในการป้องกันตัวใดๆ จากหนู นับแต่หนูเข้ามาในเกาะนี้ก็ทำให้ประชากรนกลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ทางสหรัฐฯ วางแผนจะขจัดหนูออกจากเกาะนี้มาหลายปีแล้ว และเมื่อช่วงหน้าฝนที่ผ่านมาก็เริ่มมีการโปรยสารเคมีเพื่อกำจัดหนูทั่วบริเวณ 10,000 ตารางไมล์ รวมค่าใช้จ่ายกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์

ขณะนี้เองยังไม่พบว่ามีหนูบนเกาะหลงเหลืออีกต่อไป โดยโครงการนี้จะรวมไปถึงการเฝ้าระวังไปอีกเป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อยืนยันว่าไม่มีหนูเหลืออยู่จริงๆ อย่างไรก็ตาม นกจำนวนหนึ่งที่เคยอาศัยเกาะนี้เป็นที่ทำรังก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง

ที่มา - Reuters

รวมวิดีโอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิศาสตร์โลก

หลายคนอาจเคยเห็นวิดีโอที่เกิดจากการนำภาพถ่ายทางอากาศของสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ในแต่ละช่วงเวลามาเรียงต่อกันให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้นในพื้นที่นั้นๆ คราวนี้ Wired รวมเอาวิดีโอที่น่าสนใจมาให้ดู 5 ชิ้น

การพัฒนาพื้นที่ริมทะเลของดูไบ (เกาะต้นปาล์มถ้าใครนึกออก)

Syndicate content