Space

กล้องในดาวเทียมของยุโรปหยุดทำงานเมื่อผ่านอุกาบาต

4
vote

ดาวเทียม Rosetta ขององค์การอวกาศแห่งสหภาพยุโรปประสบความสำเร็จในการเดินทางสำรวจอุกาบาต Stiens ในวงแหวนระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสที่อยู่ห่างจากโลกไป 250 ล้านไมล์ แต่หลังจากดาวเทียมผ่านอุกาบาตในระยะ 500 ไมล์แล้ว กล้องความละเอียดสูงกลับหยุดทำงานลงโดยไม่ทราบสาเหตุ

สาเหตุการของความผิดพลาดนี้อาจจะเกิดบั๊กของซอฟต์แวร์ โดยทีมงานจะตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

อย่างไรก็ตามภาพจากกล้องอีกตัวที่ทำงานในมุมกว้างยังคงใช้งานได้ และข้อมูลที่ได้มาก็เป็นประโยชน์ในเชิงวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก

อุกาบาต Stiens เป็นเป้าหมายแรกของดาวเทียม Rosetta ส่วนเป้าหมายต่อไปนั้นคือดาวหาง 67/P Churyumov-Gerasimenko ที่ดาวเทียมดวงนี้จะเข้าไปใกล้ได้ในปี 2014

ข้อมูลที่ได้จากดาวเทียมได้ถูกส่งไปยังมหาวิทยาลัยในเยอรมันและอิตาลีเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลแล้ว

ที่มา - Google News

นาซ่ากำลังพิจารณายืดอายุกระสวยอวกาศไปจนถึงปี 2015

11
vote

มีรายงานถึงคำสั่งให้มีการตรวจสอบถึงความเป็นไปได้ที่จะยืดอายุการใช้งานกระสวยอวกาศของสหรัฐฯ ออกไปจนถึงปี 2015 แทนที่จะปลดประจำการไปในปี 2010 ตามกำหนดการเดิม

กระสวยอวกาศของสหรัฐฯ รุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า Orion นั้นคาดกันว่าจะเริ่มปฎิบัติภารกิจได้ในปี 2014 ตามแผนการเดิมนั้นสหรัฐฯ จะใช้จรวดของรัสเซียไปในระหว่างนี้ แต่ความตึงเครียดหลังการบุกจอร์เจียก็ทำให้สหรัฐฯ ต้องหาทางเลือกอื่นๆ เพิ่มเติม

นาซ่ายืนยันว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแผนการใดๆ โดยการศึกษาดังกล่าวเป็นการเพิ่มทางเลือกในการตัดสินใจเท่านั้น

ที่มา - Orlando Sentinel

อิหร่านตั้งเป้าส่งคนสู่อวกาศ

19
vote

รัฐบาลอิหร่านประกาศเป้าหมายในโครงการพัฒนาด้านอวกาศของตนเองว่ามีแผนที่จะส่งมนุษย์ขึ้นไปสู่อวกาศ แม้เทคโนโลยีล่าสุดของอิหร่านนั้นยังไม่สามารถส่งแม้แต่ดาวเทียมไปยังอวกาศได้จริงๆ ก็ตาม

แผนการส่งมนุษย์ขึ้นไปยังอวกาศครั้งนี้เป็นแผนการยาวนานสิบปี และอิหร่านเตรียมการที่จะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศยานในภูมิภาคตะวันออกกลางภายในปี 2021 นี้

ทางการอิหร่านอ้างว่าประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมไปโคจรบนวงโคจร Leo เป็นเวลา 24 ชั่วโมง แต่ไม่มีใครตรวจจับดาวเทียมดังกล่าวได้นอกจากเกาหลีเหนือ ทำให้หลายๆ คนเชื่อกันว่าเป็นเพียงการปล่อยข่าวลือหลังจากที่การส่งดาวเทียมประสบความล้มเหลวอีกครั้งเท่านั้น

ที่มา - YNet News

นาซ่าใส่โช้คอัพกันกระเทือนให้ Ares 1

15
vote

โครงการ Ares 1 เป็นโครงการยานอวกาศในยุคหน้าที่เตรียมการไว้เพื่อการส่งมนุษย์ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ และเตรียมการไปยังดาวอังคารในอนาคต ล่าสุดทางนาซ่าได้แถลงข่าวถึงเทคโนโลยีใหม่ที่จะช่วยแก้ปัญหาการสั่นไหวจากแรงขับของจรวด (thrust oscillation) ด้วยการติดสปริงระหว่างจรวดส่วนที่หนึ่งกับส่วนที่สอง

การสั่นไหวนี้เกิดจากการใช้เชื้อเพลิงแข็งในจรวดส่งไปตามท่อส่งเชื้อเพลิงทำให้เกิดปรากฏการณ์แบบเดียวกับเครื่องดนตรีแบบเป่าทำให้เกิดความสั่นพ้องที่ความถี่ประมาณ 12 ถึง 14 เฮิร์ต ทำให้นักบินทำงานได้ลำบาก ที่แย่กว่านั้นคืออาจจะทำให้นักบินบาดเจ็บหรืออุปกรณ์เสียหายได้

ระบบนี้มีข้อเสียคือนักบินจะต้องพบกับแรงกดดันที่สูงกว่าเดิมเป็น 5 ถึง 6 แรงจี หรือสองเท่าตัวของแรงกดดันบนกระสวยอวกาศปรกติ

ที่มา - USA Today

ดาวเทียมจีน รอดพ้นจากจันทรุปราคา

39
vote

ดาวเทียมสำรวจดวงจันทร์ของจีน ซึ่งโคจรรอบดวงจันทร์มาเป็นเวลากว่า 9 เดือน สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ไม่มีพลังงานจากแสงอาทิตย์มาได้

นักวิทยาศาสตร์ของจีน ได้ทำการปรับเปลี่ยนวงโคจรของดาวเทียม ฉางเอ๋อ 1 (Chang’e ถ้าอ่านผิดก็ขออภัยด้วยครับ) และปิดการทำงาน ของอุปกรณ์บางส่วนเป็นการชั่วคราว ก่อนที่จะสูญเสียการติดต่อ เป็นเวลา 3 ชั่วโมง

จันทรุปราคาเกิดขึ้นตั้งแต่ 15.35 จนถึง 18.44 (เวลาประเทศจีน) ซึ่งถ้าคำนวนจากวงโคจรเดิม ฉางเอ๋อ 1จะอยู่ในเงามืดเป็นเวลา 220 นาที แต่เมื่อปรับวงโคจรใหม่ ทำให้เวลาที่มันอยู๋ในเงามืดเหลือเพียง 168 นาที

ฉางเอ๋อ 1 เป็นส่วนหนึ่งในสามของภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของจีน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการลงจอดบนดวงจันทร์ ปล่อยยานสำรวจ เพื่อนำตัวอย่างดินและหินกลับมา ภายในปี 2017

ที่มา - Physorg

แคสสินี พบแหล่งกำเนิดพวยก๊าซบนดวงจันทร์เอนเซลาดัส

51
vote

นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ ของยานแคสสินี เมื่อยานลำนี้สามารถระบุตำแหน่ง ของแหล่งกำเนิดพวยก๊าซที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง บนพื้นผิวของดวงจัทนทร์เอนเซลาดัส

รูปภาพล่าสุดที่ได้จากยานแคสสินี เผยให้เห็นรายละเอียดที่ชัดเจน ของรอยแตกที่นักวิทยาศาสตร์เรียกกันว่า ลายพาดกลอน เป็นบริเวณที่มีก๊าซพวยพุ่งออกมา รอยแตกดังกล่าวมีความลึก 300 เมตร ข้างในมีรูปทรงคล้ายตัว V

เป้าหมายที่สำคัญอันหนึ่ง ของการบินเฉียดดวงจันทร์เอนเซลาดัสในระยะใกล้ ของยานแคสสินี เพื่อต้องการหาตำแหน่งในรอยแตกของพื้นผิวดาว ที่ปลดปล่อยพวยก๊าซออกมา และค้นหาร่องรอยของสารอินทรีย์ ซึ่งตอนนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษา ลักษณะและความรุนแรงของกระบวนการนี้ และผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ รูปภาพที่ได้ร่วมกับข้อมูลที่ได้จากอุปกรณ์วัดอื่นๆ บนตัวยาน อาจจะสามารถ ตอบคำถามที่ว่า มีแหล่งน้ำอยู่ข้างใต้พื้นผิวของดาวหรือไม่

การถ่ายภาพพื้นผิวของดวงจันทร์เอนเซลาดัส ในระยะใกล้ไม่ใช่ใช่เรื่องง่าย เปรียบได้กับ การพยายามถ่ายภาพ ป้ายโฆษณาริมถนน ด้วยเลนส์เทเลโฟโต้ บนรถที่ขับด้วยความเร็วสูง ในมุมมองของยานแคสสินี ดวงจันทร์เอนเซลาดัส ก็เปรียบเสมือนเส้น ที่วิ่งผ่านท้องฟ้าไปอย่างรวดเร็ว วิธีการที่ดีที่สุดก็คือ ให้ยานแคสสินีอยู่ไกลจากดวงจันทร์เอนเซลาดัสพอสมควร แล้วหมุนยานและกล้อง ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ในทิศทางที่คาดไว้แล้ว

ที่มา - Physorg

แคสสินีเริ่มส่งข้อมูลของดวงจันทร์เอนเซลาดัสกลับโลก

49
vote

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา (เวลาแปซิฟิก) ยานสำรวจดาวเสาร์ “แคสสินี” ได้เริ่มส่งข้อมูลกลับมาสู่โลก หลังจากได้บินเฉียดดวงจันทร์เอนเซลาดัส (Enceladus) ในระยะห่างจากพื้นผิวเพียง 50 กิโลเมตร

สัญญาณที่ส่งมาของยานแคสสินี ถูกรับโดยเครือข่าวสำรวจอวกาศห้วงลึก (Deep Sapce Network) ในประเทศออสเตรเลีย และได้ถ่ายทอดสัญญาณต่อไปยังศูนย์ควบคุมภาระกิจที่นาซา

การบินเฉียดในระยะใกล้นี้เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 15.21 (เวลาแปซิฟิก) ด้วยความเร็ว 17.7 กิโลเมตรต่อวินาที โดยในระหว่างการบินเฉียด ต้วกล้องและอุปกรณ์ภายในยานได้พุ่งเป้าไปยังขั้วใต้ของดาว ซึ่งเป็นบริเวณที่นักวิทยาศาสตร์สนใจ เพราะมีน้ำและไอน้ำออกมาจากรอยแยกบนผิวดาว

นักวิทยาศาสตร์มีแผนจะให้ยานแคสสินี บินเฉียดดวงจันทร์เอนเซลาดัสอีกครั้งในเดือนตุลาคม โดยมีระยะห่างเพียง 25 กิโลเมตรจากพื้นผิว

ที่มา - ScienceDaily

จรวดของบริษัท SpaceX ประสบความล้มเหลวในการปล่อย

37
vote

บริษัท SpaceX เป็นบริษัทเอกชนที่จัดตั้งขึ้นโดยมีเป้าหมายคือ ปรับปรุงราคาและความน่าเชื่อถือในการเข้าสุ่อวกาศ ซึ่งบริษัทนี้เป็นบริษัทเอกชน ก่อตั้งขึ้นโดย Elon Musk

วิศวกรของ SpaceX กำลังทำการสอบสวนสาเหตุที่ทำให้ Falcon 1 ซึ่งเป็นจรวดราคาถูก ที่ถูกพัฒนาโดยบริษัทแห่งหนึ่งในแคลิฟอร์เนีย ประสบความล้มเหลวในการส่ง

Elon Musk ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ปัญหาเกิดจากจรวดสองท่อนที่ควรจะแยกออกจากกันเมื่อถึงจุดที่กำหนด กลับไม่ยอมแยก หลังจากที่ปล่อยออกจากฐานปล่อย

SpaceX กำลังทำการพัฒนาจรวดที่ใช้เครื่องยนต์เดี่ยวซึ่งก็คือ Falcon 1,จรวด 9 เครื่องยนต์ที่มีชื่อว่า Falcon 9, จรวดที่มี 27 เครื่องยนต์ Heavy Falcon และแคปซูลที่สามารถบรรจุผู้โดยสารได้ 6 คน Dragon เพื่อที่จะใช้สำหรับบินไปสู่สถานีอวกาศนานาชาติ หลังจากที่กระสวยอวกาศทั้งหมดของสหรัฐจะปลดระวางในปี 2010

ที่มา - Physorg

ฟินิกซ์ขุดน้ำแข็งบนดาวอังคารขึ้นมาวิเคราะห์

46
vote

ยานสำรวจดาวอังคาร “ฟีนิกซ์” ได้ทำการขุดหลุม “สโนว์ ไวท์” เพิ่มเติม และขุดชิ้นส่วนของดิน ที่มีน้ำแข็งเป็นส่วนประกอบขึ้นมาวิเคราะห์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นับเป็นภารกิจวันที่ 33 (เวลาของดาวอังคาร) นักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาบอกว่า ชิ้นส่วนที่ขุดได้นี้ค่อนข้างจะสมบูรณ์เพียงพอที่จะนำมาวิเคราะห์ ด้วยเครื่องมือบนตัวยาน

ฟีนิกซ์ ได้ใช้ใบมีดที่ติดอยู่บนแขนกลของตัวยาน ได้แบ่งชั้นน้ำแข็งซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยดินออกเป็น 50 ส่วน มีขนาดประมาณ 10 ถึง 20 ลูกบาศก์เซนติเมตร (ปริมาตรประมาณ 2-4 ช้อนชา) มีความลึกประมาณ 2 มิลลิเมตร

ชิ้นส่วนน้ำแข็งที่ได้ จะถูกนำไปวิเคราะห์ด้วย Themal and Evolved-Gas Analyzer (TEGA) เครื่องมือดังกล่าวเป็นเตาอบขนาดเล็ก ซึ่งสามารถวิเคราะห์ส่วนประกอบต่างๆ ได้ และที่สำคัญคือ สามารถบอกจุดหลอมเหลวของน้ำแข็งได้

ที่มา - Physorg

นาซาวางแผนไปเยี่ยมดวงอาทิตย์อีกครั้ง

54
vote

นักดาราศาสตร์สนใจศึกษาดวงอาทิตย์มาเป็นระยะเวลากว่า 400 ปีแล้ว ถึงคราวที่นาซาจะไปสำรวจท่านประธานของระบบสุริยะเสียที

ชื่อของภารกิจยานสำรวจดวงอาทิตย์ในครั้งนี้ มีชื่อว่า Solar Probe+ (โซลาร์โพรบพลัส) ตัวยานถูกออกแบบให้ทนต่อความร้อนจากดวงอาทิตย์ เพื่อที่จะสามารถพุ่งลงไปสำรวจชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ โดยจะเก็บตัวอย่างของลมสุริยะ และตรวจวัดสนามแม่เหล็กภายในชั้นบรรยากาศ นาซาวางแผนจะปล่อยยานลำนี้ในช่วงปี 2015 และจะสำเร็จภารกิจภายใน 7 ปีให้หลัง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า Solar Probe+ จะช่วยแก้ข้อสงสัยสำคัญสองประการของนักดาราฟิสิกส์ นั่นคืออุณหภูิมิที่สูงมากของชั้นโคโรนา และปริศนาเรื่องการเร่งความเร็วของลมสุริยะ นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์หวังว่าจะมีการค้นพบใหม่ๆ ในระหว่างการเดินทางอีกด้วย

ห้องวิจัยฟิสิกส์ประยุกต์ (Applied Physics Lab) ของมหาวิทยาลัย John Hopkin จะเป็นผู้ออกแบบตัวยาน ซึ่งห้องวิจัยนี้ เคยมีประสบการณ์ในการออกแบบยานสำรวจดวงอาทิตย์

ในขั้นตอนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ Solar Probe+ จะอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 7 ล้านกิโลเมตร หรือประมาณ 9 เท่าของรัศมีดวงอาิทิตย์ โล่ห์กันความร้อนซึ่งสร้างจากวัสดุผสมคาร์บอน จะต้องทนอุณหภูมิที่สูงกว่า 1,400 องศาเซลเซียส และต้องทนต่อการระเบิดของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งไม่มียานสำรวจดวงอาทิตย์ลำไหนเคยเจอมาก่อน

ที่มา - ScienceDaily

Syndicate content