NASA

ทุนวิจัยคาร์ล ซาแกน สำหรับการศึกษาโลกต่างดาว

9
vote

นาซาได้ออกมาประกาศ จัดตั้งทุนวิยหลังปริญญาเอก คาร์ล ซาแกน โดยเน้นไปยังการสำรวจ ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ นอกระบบสุริยะ รวมถึงความเป็นไปได้ของการมีสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์ดวงอื่น

จำนวนดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะได้รับการค้นพบมากขึ้นทุกวัน ในขณะนี้มีดาวเคราะห์มากกว่า 300 ดวงที่ได้รับการค้นพบแล้ว ซึ่งก่อนหน้านั้นนานนับทศวรรษ คาร์ล ซาแกน ได้ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ ในการค้นหาสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนดาวเคราะห์เหล่านั้น

สำหรับผู้ที่ได้รับทุนวิจัยนี้ จะได้เงินทุนในการวิจัยประมาณ 60,000 เหรียญสหรัฐต่อปี เป็นเวลา 3 ปี โดยหัวข้อการวิจัยจะมีตั้งแต่ เทคนิคการการหาดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ที่มีแสงจ้า ไปจนถึง การค้นหาองค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิต บนดาวเคราะห์ดวงอื่น

นอกจากนี้ ทุนวิจัยคาร์ล ซาแกน ยังจะได้ร่วมมือกับทุนวิจัยอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ทุนวิจัยไอน์สไตน์ สำหรับการวิจัยฟิสิกส์ของจักรวาล และทุนวิจัยฮับเบิลสำหรับจุดกำเนิดของจักรวาล

คาร์ล ซาแกน เป็นนักดาราศาสตร์และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักกันมากจาก Contact (นิยาย), Cosmos (ทีวีซีรีย์และหนังสือ) และมีผลงานโดดเด่นอีกมากมาย

ไม่อยากจะบอกเลยว่า ชอบเรื่อง Contact มาก ดูเป็นรอบที่ร้อยได้แล้วมั้ง

ที่มา -Physorg

รายละเอียดเพิ่มเติม NASA’s Sagan Fellowships

นาซ่ากำลังพิจารณายืดอายุกระสวยอวกาศไปจนถึงปี 2015

11
vote

มีรายงานถึงคำสั่งให้มีการตรวจสอบถึงความเป็นไปได้ที่จะยืดอายุการใช้งานกระสวยอวกาศของสหรัฐฯ ออกไปจนถึงปี 2015 แทนที่จะปลดประจำการไปในปี 2010 ตามกำหนดการเดิม

กระสวยอวกาศของสหรัฐฯ รุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า Orion นั้นคาดกันว่าจะเริ่มปฎิบัติภารกิจได้ในปี 2014 ตามแผนการเดิมนั้นสหรัฐฯ จะใช้จรวดของรัสเซียไปในระหว่างนี้ แต่ความตึงเครียดหลังการบุกจอร์เจียก็ทำให้สหรัฐฯ ต้องหาทางเลือกอื่นๆ เพิ่มเติม

นาซ่ายืนยันว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแผนการใดๆ โดยการศึกษาดังกล่าวเป็นการเพิ่มทางเลือกในการตัดสินใจเท่านั้น

ที่มา - Orlando Sentinel

อิสราเอลเตรียมปล่อยภาพถ่าย Dead Sea Scrolls ทางอินเทอร์เน็ต

16
vote

หนึ่งในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในยุคนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มศริสตชนแล้วคงหนีไม่พ้น Dead Sea Scrolls ม้วนหนังสือโบราณที่ค้นพบโดยบังเอิญในถ้ำแถบเวสต์แบงค์ เอกสารโบราณรวมถึงคัมภีร์ของศาสนายิวจำนวนมากที่ค้นพบนี้ มีสภาพที่สมบูรณ์กว่าที่เคยค้นพบในที่อื่นๆ หลายฉบับถูกนับเป็นเอกสารสำเนาที่เก่าแก่ที่สุดนับแต่มีการศึกษากันมา

ล่าสุดทาง Israeli Antiquities Authority เตรียมการถ่ายภาพเอกสารทั้งหมดและนำขึ้นเผยแพร่สู่สาธารณชนทางอินเทอร์เน็ตแล้ว โดยก่อนหน้านี้จะมีเพียงนักวิชาการกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงเอกสารเหล่านี้โดยตรง เนื่องจากตัวเอกสารมีความบอบบางมากจนแตกหักเสียหายได้อย่างง่ายดาย

การถ่ายภาพในครั้งนี้จะใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายจากทางนาซ่า เพื่อเก็บรายละเอียดที่เสียไปตามกาลเวลาให้กลับคืนมาให้มากที่สุด

ที่มา - Google News (AP)

นาซ่าใส่โช้คอัพกันกระเทือนให้ Ares 1

15
vote

โครงการ Ares 1 เป็นโครงการยานอวกาศในยุคหน้าที่เตรียมการไว้เพื่อการส่งมนุษย์ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ และเตรียมการไปยังดาวอังคารในอนาคต ล่าสุดทางนาซ่าได้แถลงข่าวถึงเทคโนโลยีใหม่ที่จะช่วยแก้ปัญหาการสั่นไหวจากแรงขับของจรวด (thrust oscillation) ด้วยการติดสปริงระหว่างจรวดส่วนที่หนึ่งกับส่วนที่สอง

การสั่นไหวนี้เกิดจากการใช้เชื้อเพลิงแข็งในจรวดส่งไปตามท่อส่งเชื้อเพลิงทำให้เกิดปรากฏการณ์แบบเดียวกับเครื่องดนตรีแบบเป่าทำให้เกิดความสั่นพ้องที่ความถี่ประมาณ 12 ถึง 14 เฮิร์ต ทำให้นักบินทำงานได้ลำบาก ที่แย่กว่านั้นคืออาจจะทำให้นักบินบาดเจ็บหรืออุปกรณ์เสียหายได้

ระบบนี้มีข้อเสียคือนักบินจะต้องพบกับแรงกดดันที่สูงกว่าเดิมเป็น 5 ถึง 6 แรงจี หรือสองเท่าตัวของแรงกดดันบนกระสวยอวกาศปรกติ

ที่มา - USA Today

นาซาตัดสินใจขยายเวลาภารกิจของยาน "ฟินิกซ์"

30
vote

นักวิทยาศาสตร์ของนาซาได้ออกมาประกาศเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ถึงการตัดสินใจขยายภารกิจของยานสำรวจดาวอังคาร “ฟีนิกซ์” ไปจนถึงปลายเดือนกันยายน

Michael Meyer หัวหน้านักวิทยศาสตร์ของโครงการสำรวจดาวอังคารได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ภารกิจขั้นต่ำสุดของยานประสบความสำเร็จงดงาม ในขณะที่ภารกิจทั้งหมดถือได้ว่าประสบความสำเร็จ

ฟินิกซ์ เริ่มทำการขุดตัวอย่างดินจากดาวอังคาร หลังจากเริ่มลงจอดบริเวณขั้วเหนือของดาวอังคาร เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา และทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้รู้ว่า วัตถุสีขาวที่เจอนั้นเป็นน้ำแข็ง เมื่อเดือนมิถุนายน

Peter Smith นักวิทยาศาสตร์จาก University of Arizona บอกว่า การวิเคราะห์ก้อนน้ำแข็งดังกล่าว จะทำให้รู้ว่ามันเคยถูกหลอมเหลวหรือไม่ หรือเป็นน้ำแข็งอย่างนั้นมาตั้งแต่ครั้งโบราณ ซึ่งถ้ามันหลอมเหลวเป็นช่วงเวลา แสดงว่าบริเวณดังกล่าวสามารถใช้เป็นแหล่งกำเนิดของสิ่งมีชีวิตได้ เพราะว่ามีน้ำซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สุด

ที่มา - Physorg

นักวิจัยพัฒนาระบบนำทางบนดวงจันทร์

43
vote

Ron Li นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Ohio State ผู้ซึ่งเคยพัฒนาระบบนำร่องของยานสำรวจดาวอังคาร กำลังพยายามพัฒนาระบบค้นหาเส้นทางสำหรับมนุษย์บนดวงจันทร์

นาซามีแผนจะส่งมนุษย์กลับไปบนดวงจันทร์อีกครั้งภายในปี 2020 นักบินอวกาศไม่สามารถใช้ระบบ GPS ในการค้นหาเส้นทางรอบๆ เนื่องจากบนดวงจันทร์ไม่มีดาวเทียมสำหรับใช้ส่งสัญญาณ

Li ได้รับเงินสนับสนุนจากนาซาเป็นจำนวน 1.2 ล้านดอลลาร์ในระยะเวลา 3 ปี เพื่อพัฒนาระบบนำทางซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนระบบ GPS แต่ใช้สัญญาณจากเซนเซอร์ที่อยู่บนดวงจันทร์, ไฟสัญญาณ, กล้องวีดีโอสามมิติ ในการระบุตำแหน่ง

คนโดยทั่วไป จะใช้สภาพภูมิประเทศ เช่น ขนาดของตึกหรือภูเขาในการเปรียบเทียบระยะทาง แต่บนดวงจันทร์ไม่มีสภาพภูมิประเทศดังกล่าว ทำให้นักบินอวกาศหลงทาง หรือประมาณระยะทางผิดไป ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

Li ได้อธิบายระบบการทำงานของเขา เริ่มจากการนำภาพถ่ายจากดาวเทียมมารวมเข้ากับภาพที่ได้จากพื้นผิว เพื่อนำมาสร้างเป็นแผนที่ของดวงจันทร์, เซนเซอร์ตรวจจับการเคลือนไหวที่ติดตั้งอยู่บนพาหนะและบนนักบินอวกาศ ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถคำนวนตำแหน่งที่อยู่ในปัจจุบัน, สัญญาณจากยานบนดวงจันทร์และสถานีที่ตังอยู่ จะช่วยให้นักบินอวกาศรู้ตำแหน่งรอบๆ ตัว ซึ่งนักวิจัยได้ตั้งชื่อให้กับระบบดังกล่าวว่า Lunar Astronaut Spatial Orientation and Information System (LAOIS)

ที่มา - EurekAlert

กระจกกล้องโทรทรรศน์จากดินดวงจันทร์

40
vote

นักวิทยาศาสตร์ และนักวิจัยจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ NASA จากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทำการวิจัยกระบวนการสร้างคอนกรีต จากดิน และหิน ซึ่งได้จำลองมาจากลักษณะของตัวอย่างดินจากดวงจันทร์ (Lunar regolith) ผสมกับกาวอิพ๊อกซี่ และเติมคาร์บอนนาโนทูป (Carbon nanotube) โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การลดการใช้ทรัพยากรจากโลก เนื่องจากการขนส่งวัสดุจากผิวโลก ขึ้นไปยังอวกาศนั้นใช้ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง หากสามารถใช้ทรัพยากรจากดวงจันทร์หรือที่อื่นๆได้ ซึ่งจะประหยัดต้นทุนในการขนส่งได้มาก

Peter Chen นักฟิสิกส์ได้คำนวณว่า การสร้างกระจกกล้องโทรทรรศน์ให้มีขนาดใหญ่ เท่ากับกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิ้ล นั้นใช้ปริมาณกาวอิพ๊อกซี่ เพียง 60 กิโลกรัม คาร์บอนนาโนทูป 1.3 กิโลกรัม และ ใช้อะลูมิเนียมเป็นสารเคลือบผิวกระจกเพียง 1 กรัมเท่านั้น

ที่มา - SPACE.com

นาซาได้เฮ ฟินิกซ์พบน้ำบนดาวอังคาร

48
vote

ภาพก้อนวัตถุสีขาวที่ได้จากยานสำรวจดาวอังคาร “ฟีนิกซ์” เป็นที่ถกเถียงกันว่าเป็นอะไรกันแน่ บางคนบอกว่าน่าจะเป็นเกลือ บางคนบอกว่าน่าจะเป็นน้ำแข็ง วันนี้ได้รับคำตอบแล้ว

ข้อความทวิตเตอร์ของฟีนิกซ์ ซึ่งถูกส่งออกมาเมื่อประมาณ 7 โมงเช้า (เวลาประเทศไทย)ได้ประกาศการค้นพบน้ำแข็งบนดาวอังคาร โดยมีข้อความดังนี้

Are you ready to celebrate? Well, get ready: We have ICE!!!!! Yes, ICE, WATER ICE on Mars! w00t!!! Best day ever!!

รายงานอย่างเป็นทางการของนาซา รายงานว่า วัตถุสีขาวที่คิดว่าเป็นเหลือ ตอนนี้ได้ระเหิดหายไปแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวัตถุดังกล่าวต้องเป็นน้ำแข็งแน่ๆ ไม่ใช่เกลือ (เกลือไม่สามารถระเหิดได้)

การค้นพบน้ำบนดาวอังคาร สร้างความหวังให้แน่นักวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก เนื่องจากในอนาคต เราอาจสามารถเดินทางไปยังดาวอังคาร โดยสามารถลดภาระการบรรทุกน้ำลงไปได้ นอกจากนี้อาจมีโอกาสที่จะเจอสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำอีกด้วย

ที่มา - Mar Pheonix Tweet

ฟีนิกซ์เตรียมวิเคราะห์ดินที่ขุดได้

46
vote

ยานสำรวจดาวอังคาร “ฟีนิกซ์” เตรียมพิสูจน์ข้อสงสัย เกี่วกับดินจากดาวอังคารที่ขุดได้ เพื่อค้นหาสัญญาณบ่งบอก ถึงปัจจัยที่เอื้อต่อการเกิดและดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต หลังจากที่ขุดตัวอย่างดินมาได้จำนวนหนึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ดินที่ได้จากการขุด จะต้องถูกนำมาผ่านกระบวนการทดสอบที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการอบที่อุณหภูมิกว่า 1,800 องศา, การวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีต่างๆ เพื่อค้นหาน้ำ หรือแร่ธาตุชนิดใดๆ ก็ตาม ที่สนับสนุนการเกิดหรือดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะร่องรอยของ คาร์บอน, ไฮโดรเจน, ออกซิเจน และ ไนโตรเจน โดยในช่วงเวลาเดียวกัน นักวิทยศาสตร์ วางแผนให้ ฟินิกซ์ ขุดตัวอย่างดินอย่างน้อยสองตัวอย่าง มาวิเคราะห์เพิ่มเติม ภายในสัปดาห์หน้า

ถึงแม้บนพื้นผิวของดาวอังคาร จะไม่ปรากฏร่องรอยของน้ำอยู่เลยก็ตาม แต่นักวิทยาศาสตร์หลายคนก็เชื่อมั่นว่า เมื่อตอนที่ดาวอังคารยังอุ่นและเปียกชื้นมากกว่านี้ น่าจะเคยมีน้ำอยู่มาก่อน แต่ปัจจุบันน่าจะอยู่ในรุปของน้ำแข็ง ภายใต้ชั้นดินที่ลึกลงไป

ที่มา - Physorg

ยานสำรวจ "ฟินิกซ์" ลงจอดบนดาวอังคารแล้ว

64
vote

ยานสำรวจดาวอังคารของนาซ่า “ฟินิกซ์” ได้ลงจอดเป็นผลสำเร็จ บริเวณขั้วเหนือของดาวอังคาร เมื่อเช้าวันนี้ (เวลาประเทศไทย)

การลงจอดครั้งนี้ แตกต่างจากการลงจอดของยานสำรวจดาวอังคารลำอื่นๆ เนื่องจากเจ้าฟินิกซ์ ใช้จรวจดขับดันและร่มชูชีพในการชะลอความเร็ว (ไม่ได้ตกกระแทกโดยใช้ถุงลมเหมือนเมื่อก่อน) ซึ่งทำให้การลงจอดครั้งนี้นุ่มนวลมาก

ทีมนักวิทยาศาสตร์ใน JPL (Jet Plopulsion Laboratory) ต่างเป็นกังวลในการลงจอดครั้งนี้ เพราะว่าภารกิจไปดาวอังคารส่วนใหญ่ มักประสบความล้มเหลวเกินครึ่ง

ฟินิกซ์จัดสร้างขึ้นด้วยงบประมาณ 420 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ได้ได้เข้าใจ สภาพบริเวณพื้นที่แถบขั้วเหนือของดาวอังคาร ว่ามีปัจจัยเอื้อต่อการดำรงชีวิต ของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กหรือไม่ โดยภารกิจหลักหลักของยานก็คือ ขุดเจาะตัวอย่างน้ำแข็งมาวิเคราะห์หาองค์ประกอบของสารอินทรีย์ ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์ สามารถประเมินได้ว่า เคยมีสิ่งมีชีวิตอยู่หรือเปล่า

ฟินิกซ์ประกอบด้วยอุปกรณ์สำหรับวิเคราะห์หาสารอินทรีย์, อุปกรณ์ทางอุตุนิยมวิทยา สำหรับการวิเคราะห์สภาพอากาศ และอุปกรณ์สำคัญ ก็คือ แขนกลความยาว 2.35 เมตร ซึ่งใช้สำหรับเก็บกลุ่มตัวอย่างมาวิเคราะห์

ที่มา - Physorg

Syndicate content