Ecology

ครีมกันแดดเป็นภัยคุกคามต่อปะการัง

88
vote

ครีมกันแดดที่นักท่องเที่ยวใช้กันทั่วไปตามชายหาด อาจเป็นสาหตุสำคัญในปรากฏการณ์ ปะการังฟอกสี ผลจากการศึกษาของคณะกรรมการสหภาพยุโรป

นักวิจัยที่นำโดย Roberto Danovaro จากมหาวิทยาลัยปิซ่า (University of Pisa) ได้ทำการทดลองโดยใช้ครีมกันแดดต่างกันสามยี่ห้อ ควบคุมปริมาณให้เหมาะสม แล้วนำไปทดสอบกับน้ำทะเลรอบๆ แนวปะการัง ซึ่งสถานที่ทดสอบได้แก่ เม็กซิโก, อินโดนีเซีย, ไทย และอียิปต์

จากการทดลอง พบว่าครีมกันแดดแม้มีปริมาณน้อย แต่ก็ทำให้ปะการังผลิตเมือกเหนียวออกมาภายในเวลา 18 ถึง 96 ชั่วโมง และภายในเวลา 96 ชั่วโมง ปะการังที่ทดสอบก็ฟอกสีทั้งหมด

จากการประมาณ ในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวประมาณ 78 ล้านคน ที่ท่องเที่ยวแนวปะการัง และมีปริมาณครีัมกันแดดที่ถูกปล่อยออกมาบริเวณแนวปะการังประมาณ 4,000 ถึง 6,000 ตัน และสารเคมีในครีมกันแดดประมาณ 25% จะถูกละลายออกมาภายใน 20 นาที หลังจากสัมผัสน้ำทะเล

ความสำคัญของแนวปะการัง นอกจากความสวยงามที่เป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว ยังเป็นแหล่งรวมผลิตผลและความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งหากแนวปะการังเสื่อมโทรม ก็ย่อมหมายถึงความเสื่อมโทรมของท้องทะเลบริเวณนั้นๆ ด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปะการังฟอกสี

ที่มา - Physorg

หนองน้ำมีส่วนช่วยโลกร้อนมากกว่าที่เราคิด

57
vote

ผู้เชี่ยวชาญด้านทะเลสาบ (Limnologist) จากมหาวิทยาลัยไอโอว่า (Iowa State University) ได้นำเสนองานวิจัยทีว่า หนองน้ำ, บ่อน้ำ ที่มีกระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก มีส่วนช่วยในการดูดซับคาร์บอน พอๆ กับมหาสมุทรขนาดใหญ่

ศาสตราจารย์ John Downing หัวหน้าทีมวิจัย ได้ค้นพบว่า การสร้างบ่อน้ำในบริเวณพื้นที่เกษตรกรรม ในสหรัฐอเมริกา มีส่วนช่วยในการดูดซับคาร์บอนมากกว่าที่คิดกันเอาไว้ โดยสามารถดูดซับได้มากกว่าต้นไม้ ตั้งแต่ 20 ถึง 50 เท่า

นักวิจัยประมาณว่า มีหนองน้ำกว่า 304 ล้านแห่งทั่วโลก โดยครอบคลุมพื้นที่กว่า 4 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งมากเป็นสองเท่าจากที่เคยคิดกันไว้ ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าว ทำให้สามารถประมาณได้ว่า อัตราการดูดซับคาร์บอนของพื้นที่ดังกล่าว มีความสามารถ พอๆ กับมหาสมุทรขนาดใหญ่ เลยทีเดียว

ที่มา - EurekAlert

พลาสติกชีวภาพ ไม่ได้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

59
vote

หนังสือพิมพ์ The Guardian ได้รายงานถึงผลกระทบ ของสินค้าที่บรรจุหีบห่อโดยใช้พลาสติกชีวภาพ ซึ่งในปัจจุึบันเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในซุปเปอร์มาเก็ต อาจสร้างปัญหาให้กับธรรมชาติ และก่อให้เกิดวิกฤติทางด้านอาหาร

จากผลการศึกษาพบกว่า พลาสติกชีวภาพส่วนใหญ่ต้องการอุนหภูมิที่สูงมากในการย่อยสลาย, ไม่สามารถรีไซเคิล นอกจากนี้ยังต้องใช้พื้นที่จำนวนมาก ในการปลูกพืชที่นำมาเป็นวัสดุในการผลิตพลาสติกชีวภาพ และผลกระทบที่ตามมาก็คือ ภาวะการขาดแคลนอาหาร เหมือนที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

ที่มา - Physorg

ความหลากหลายทางชีวภาพ มีผลต่อความสามารถในการผลิตของระบบนิเวศ

60
vote

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาล้ยบราวน์ (Brown University) ได้ทำการทดลอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ความหลากหลายทางชีวภาพ มีผลต่อความสามารถในการผลิต ของระบบนิเวศ มากกว่าที่เราคิดกัน

ผลการทดลองที่ได้จากระบบนิเวศวิทยาเทียม (Artificial ecosystems) ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากกว่า จะให้ผลผลิตต่างๆ ที่ได้จากพืชสูงกว่า เช่น ชีวมวล (Biomass)

ในทางกลับกัน การสูญพันธุ์ของพืชในระบบหนึ่งๆ ส่งผลลบเป็นอย่างมากต่อระบบนิเวศ โดยเฉพาะความสามามารถในการดูดซึมแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเกี่ยวพันกับสภาวะโลกร้อน โดยทีมนักวิจัยได้กล่าวว่า “เราไม่เพียงแต่ปลดปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ สู่ชั้นบรรยากาศ แต่เรายังไปรบกวนความสามารถของระบบนิเวศ ในการดูดซึมและกักเก็บแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์”

การทดลองดังกล่าว ได้เก็บข้อมูลการทดลองตั้งแต่ ปี 2002 จนถึงปัจจุบัน โดยทดลองบริเวณทุ่งหญ้ากว้าง ณ เทือกเขาแอนดีส ประเทศอาร์เจนตินา โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 90 จุด ในแต่ละจุดมีหญ้าต่างกัน 3 ชนิด และไม้พุ่มเตี้ย 3 ชนิด หลังจากนั้นก็ทำการลดจำนวนพืชในแต่ละจุดลง แล้วทำการวัดความสามารถในการผลิตในบริเวณนั้นๆ

ที่มา - Physorg

นักวิจัยเตือน จีนมีสารหนูและปรอทปนเปื้อนในระบบนิเวศมากเกินไป

53
vote

ทีมนักชีววิทยา จากมหาวิทยาลัย Darmounth ได้ทำการแยกสำรวจ พื้นที่จำนวน 3 แห่ง ของทะเลสาบ Baiyangdian ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดสำหรับภาคเหนือของจีน โดยพื้นที่สำรวจทั้ง 3 ห่างจากแหล่งที่เป็นมลภาวะ เช่น โรงงานถ่านหิน, พื้นที่เกษตรกรรม, โรงงานอุตสาหกรรม

ผลจากการสำรวจ พบว่าพื้นที่ทั้ง 3 มีปลาที่มีการปนเปื้อนของสารปรอทและสารหนู ในอัตราที่สูงกว่าค่าที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งน่าเป็นห่วงประชากรในบริเวณพื้นที่ทะเลสาบ Baiyangdian เพราะทะเลสาบแห่งนี้ เป็นแหล่งอาหารและน้ำดื่มที่สำคัญในบริเวณนี้

ผมว่าประเทศจีน ให้ความสำคัญระหว่างสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม พอๆ กันเลยนะ

ที่มา - Physorg

แบบจำลองวิเคราะห์ตลาดหุ้น สามารถนำมาใช้กับระบบนิเวศได้ด้วย !!

45
vote

จำนวนประชากรของสัตว์และตลาดหุ้น ล้วนแต่ยากที่จะทำการพยากรณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ทั้งสองอย่างนี้มักจะถูกกำหนดโดยปัจจัยหลายอย่างที่ไม่สามารถควบคุมได้ และความเป็นอิสระของแต่ละระบบ

การประมาณจำนวนประชากรของสัตว์อย่างละเอียด เพิ่งได้รับการพัฒนาขึ้นเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา ซึ่งคงเทียบไม่ได้กับการคาดการณ์ตลาดหุ้น ซึ่งข้อมูลที่บันทึกของตลาดหุ้นนั้น ทำได้ละเอียดกว่าประชากรของสัตว์มากๆ

แต่เทคนิคใหม่ที่นักวิจัยได้ทำการพัฒนาขึ้นมา ที่มีชื่อเรียกว่า “Dewdrop Regression” สามารถทำนายประชากรของปลาได้อย่างแม่นยำ โดยอาศัยข้อมูลย้อนหลังของปลาเพียงแค่ 3% เมื่อเทียบกับวิธีการแบบอื่น

คำถามที่หลายคนสงสัยก็คือ แบบจำลองดังกล่าวสามารถใช้งานในโลกแห่งความเป็นจริงได้หรือเปล่า ? จากข้อมูลเวลากว่า 40 ปี และข้อมูลของปลาต่างสายพันธ์กว่า 23 ชนิด โดยวิธีดั้งเดิมสามารถทำนายได้น้อยกว่า 10% แต่เมื่อใช้วิธีดังกล่าว สามารถทำนายได้ถึง 60%

ที่มา - Sciencedaily

นักวิทย์เตือน ?พืชสูญพันธุ์ ทำให้ผลผลิตจากธรรมชาติลดลง?

48
vote

ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ ตีพิมพ์ผลงานวิจัยล่าสุด แสดงให้เห็นว่า เมื่อพืชยิ่งสูญพันธุ์มากขึ้นไปเท่าไหร่ ผลผลิตที่มนุษย์จะได้จากพืชก็จะยิ่งน้อยลงไปเท่านั้น

จากการศึกษาผลลัพธ์ที่ได้จากการทดลอง 44 การทดลองทั่วโลก แสดงให้เห็นว่า ระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพต่ำ (คือมีพืชน้อยสายพันธุ์) จะให้ผลผลิต น้อยกว่าระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ (มีพืชหลายสายพันธุ์) ถึง 50 %

ทีมนักวิจัยอธิบายเปรียบเทียบปรากฏการณ์นี้เหมือนการเล่นฟุตบอล ทีมฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จ ไม่สามารถอาศัพกองหน้าในการทำประตูได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย นายประตูในการป้องกันประตู, กองหลังในกาตัดเกมคู่ต่อสู้, กองกลางในการสร้างสรรค์เกม หากขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไป ทีมนั้นก็ไม่ประสบความสำเร็จ ธรรมชาติก็เช่นกัน

อ่านข่าวนี้ก็นึกถึงประเทศไทย ถ้าคนในประเทศมัวแต่ทะเลาะกัน เมื่อไหร่ประเทศชาติจะเจริญ !

ที่มา -? Eurekalert

Syndicate content